บรรณารักษ์…Where are you?

ช่วงนี้ไปไหนก็ได้ยินแต่เรื่อง Where are you? เกือบทุกที่

หาใครไม่เจอก็ Where are you?

ไปไหนไม่ถูกก็ Where are you?

ทะเลาะกับแฟนก็ Where are you?

แล้วตกลง Where are you?

อนาคตบรรณารักษ์จะเป็นอาชีพที่สูญหายหรือปล่าว ต้องให้ป่าวประกาศว่า Where are you? หรือปล่าว ผมชัดไม่แน่ใจลงไปทุกทีๆ เพราะทุกวันนี้อาชีพนี้ก็ยังสำคัญสำหรับประเทศไทยอยู่และคงไม่หายไปง่ายๆ หรอก  แต่ทำไมในวงการศึกษาถึงต้องเปลี่ยนหลักสูตรใหม่แถมยังเปลี่ยนชื่อใหม่ให้อีก ทำไมหรอครับ

เรื่องการปรับปรุงหลักสูตรสำหรับบรรณารักษ์ผมเห็นด้วยเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นตัวเปลี่ยนหลักสูตร แต่คำว่าบรรณารักษ์ในหลักสูตรบัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นการจัดการสารสนเทศ หรือสารสนเทศศาสตร์ หรือการจัดการความรู้ ตกลงที่ไหนยังไม่เปลี่ยนแสดงว่าเชยรึปล่าว

บางที่ที่ผมเห็นมีการเปลี่ยนชื่อหลักสูตรก็จริงแต่วิชาก็ยังคงเป็นวิชาบรรณารักษ์นั่นแหละ แล้วตกลงคุณจะเปลี่ยนทำไม อันนี้ผมคงให้คำตอบอย่างแท้จริงไม่ได้ เพราะการศึกษาของเราที่เป็นแบบตามชาวบ้านรึปล่าว ในความคิดผมนะถ้าเปลี่ยนหลักสูตรแต่ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อก็น่าจะสามารถทำได้ แต่สังคมเป็นตัวกดดันว่าจบบรรณารักษ์มาต้องทำเกี่ยวกับหนังสืออย่างเดียวเท่านั้นเองหรือ

บางคนถึงกับรับไม่ได้ว่าตัวเองจบบรรณารักษ์มา เวลามีคนถามว่าจบอะไรก็มักจะตอบว่าสารสนเทศ ทำไมหล่ะครับคุณไ่ม่มีความภูมิใจในวิชาชีพของตนเองเลยหรือ

ทุกๆ ครั้งที่ผมเล่าเรื่องต่างๆ แบบนี้ออกมาผมก็หวังว่าเพื่อนๆ คงจะมีความภาคภูมิในวิชาชีพนี้นะครับ วิชาชีพบรรณารักษ์คือคนที่ถือสารสนเทศอยู่ในมือ ไม่ว่าอาชีพไหนๆ ก็ทำแบบเราไม่ได้ ดังนั้นภาคภูมิใจกับคำว่า บรรณารักษ์กันนะครับ

ก่อนที่อีกไม่กี่ปีจะมีคนถามว่า บรรณารักษ์…Where are you? 

LeftHit.com

ขอคำแนะนำ ติชม เรื่องบล็อกบรรณารักษ์หน่อยครับ

วันนี้สิ้นเดือนแล้วหวังว่าทุกคนคงจะแฮปปี้กัน
เนื่องจากเงินเดือนออกวันนี้หรือปล่าว
เอาเป็นว่าวันนี้ ผมเองก็คงมีความสุขเหมือนๆ กับทุกคนนะครับ
ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม (วันที่เขียนบล็อกนี้ครั้งแรก)
จนถึงวันนี้ผมยังยืนยันในเจตนารมณ์เดิมว่า
ผมก็จะเล่าเรื่องบรรณารักษ์กันต่อไป

แต่เดือนหน้าผมจะเขียนเรื่องอะไรดี ก็เลยอยากมาปรึกษาเพื่อนๆ ที่อ่านกันว่า
อยากให้ผมเขียนอะไรหล่ะ
อยากรู้อะไรเพิ่มเกี่ยวกับแวดวงบรรณารักษ์หรือปล่าว

—————————————————

สำหรับผมเอง ผมคิดในสิ่งตอนไปนี้ว่าอยากทำเพิ่ม1. แนะนำหลักสูตรการเรียนในสายวิชาที่เกี่ยวกับบรรณารักษ์ตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก
2. สัมภาษณ์บุคคลในแวดวงสารสนเทศ
3. พาไปเที่ยวห้องสมุดที่น่าสนใจ
4. แนะนำความรู้เพิ่มเติมจะทำอาทิตย์ละ 1-2 เรื่อง (บริการตอบคำถามออนไลน์)
5. มีการนำแบบประเมินเว็บไซต์แสดงข้อมูลทุกเดือนในวันที่ 1 ของเดือน (พรุ่งนี้คอยดูนะ)

—————————————————

จริงยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากทำ แต่ตอนนี้ขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ดีกว่า
ว่า “เดือนกันยายนอยากให้บล็อกนี้มีอะไรเพิ่มเติม”

อยากได้ไอเดียแปลก นอกกรอบ แต่ต้องทำได้นะ

LeftHit.com

ห้องสมุดกับนักศึกษาภาคค่ำ

หลายๆ สถาบันการศึกษามีการเปิดหลักสูตรการศึกษาให้นักศึกษาภาคพิเศษ
ในที่นี้ผมขอเน้นในส่วนที่เป็น นักศึกษาภาคค่ำ

เมื่อสถาบันการศึกษาเปิดรับนักศึกษาภาคค่ำแล้ว
ดังนั้นการบริการต่างๆ เพื่อนักศึกษาภาคค่ำจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากนักศึกษาภาคค่ำก็ต้องจ่ายค่าเทอมและค่าบริการต่างๆ ที่สถาบันการศึกษาได้ตั้งใจ
เช่น ค่าบำรุงห้องสมุด ฯลฯ

หลายๆ สถาบันการศึกษาก็มีการบริการห้องสมุดให้นักศึกษาภาคค่ำด้วยโดยจะเปิดให้บริการดึกขึ้น
แต่ประเด็นตรงนั้นผมจะไม่พูดถึง แต่จะขอกล่าวถึงบางสถาบันการศึกษาเท่านั้น
ที่มีการเปิดการเรียนการสอนภาคค่ำแต่ไม่จัดบริการพื้นฐานดังกล่าว
โดยเหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะที่ผมเป็นทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ

กรณีที่ผมเป็นผู้ใช้บริการ ในฐานะนักศึกษาปริญญาโทภาคค่ำ
เนื่องจากผมเรียนปริญญาโทในภาคค่ำ ซึ่งเรียนในเวลา 18.00 - 21.00 น.
แต่ห้องสมุดของสถาบันที่ผมเรียนปิดเวลา 21.00 น.
ซึ่งทำให้ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ห้องสมุดในวันที่ผมเรียน เนื่องจากพอเรียนเสร็จห้องสมุดก็ปิดไปแล้ว
แล้วส่วนใหญ่ข้อจำกัดของคนที่เรียนภาคค่ำคือทำงานแล้ว
กว่าที่จะเดินทางมาเรียน พอถึงที่เรียนก็มักจะถึงเวลาเข้าเรียนพอดี
หากพิจารณาจากเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ในวันเรียนนักศึกษาเหล่านี้แทบไม่ได้ใช้ห้องสมุดเลย

เอาหล่ะเมื่อกี้เป็นมุมมองในฐานะที่ผมเป็นผู้ใช้บริการ

กรณีที่ผมเป็นผู้ให้บริการ ในฐานะบรรณารักษ์ห้องสมุดสถาบันการศึกษา
การกำหนดระยะเวลาในการเปิดและปิดบริการ
จะอยู่ในส่วนของนโยบายทางการบริหารของห้องสมุด
หลายครั้งที่เราทำเรื่องที่จะปิดบริการให้ดึกขึ้น
ทางผู้บริหารก็มักจะมองประเด็นในส่วนการใช้ทรัพยากรและความคุ้มค่าของการให้บริการเป็นหลัก
เนื่องจากที่นี่ในแต่ละวันมีจำนวนผู้ใช้ห้องสมุดน้อย ดังนั้นการเปิดให้บริการดึกขึ้นจะส่งผมเรื่องค่าใช้จ่ายของห้องสมุดมากขึ้นด้วย
แต่อย่างไรก็ดี บรรณารักษ์เมื่อทำนโยบายเสร็จ ทางผู้บริหารขององค์กรจะเป็นผู้พิจารณาอีกรอบหนึ่ง

นี่ก็เป็นมุมมองในส่วนที่ผมเป็นผู้ให้บริการนะครับ

เอาหล่ะภาพรวมเพื่อนๆ คงจะเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว
จริงๆ แล้วเรื่องนี้สำหรับผมเอง ในฐานะที่เป็นบรรณารักษ์
ผมอยากเปิดให้ห้องสมุดสามารถบริการนักศึกษาภาคค่ำด้วยนะครับ
โดยอาจจะปิดหลังจากมีการเรียนการสอนภาคค่ำ 1 ชั่วโมง
เช่นนักศึกษาเลิกเรียน 21.00 น. ห้องสมุดก็ควรปิดสักประมาณ 22.00 น.
ทั้งนี้เพื่อให้บริการในการยืมคืนกับนักศึกษาภาคค่ำบ้าง
อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในเรื่องห้องสมุดเพื่อผู้ใช้หรือเพื่อบรรณารักษ์
ผู้ใช้เป็นคนที่ห้องสมุดจะต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง

การบริการเราต้องยึดผู้ใช้เป็นหลัก
ไม่ใช่ยึดความสบายของบรรณารักษ์เป็นหลักนะครับ
อย่างน้อยนักศึกษาภาคค่ำจะได้ไม่ต้องมาบ่นว่า “เสียเงินจ่ายค่าห้องสมุดไปแล้วไม่เห็นได้ใช้เลย”

LeftHit.com

เทคโนโลยีของห้องสมุดตั้งแต่ปี 1968 - 2006

วันนี้ได้เข้าไปอ่านบนความเรื่อง 2007 Library Technology Guides Automation Trend Survey จากเว็บ Library Technology Guides

อ่านไปอ่านมาเจอภาพแผนผังนี้เข้าเลยเอามาฝากเพื่อนๆ

library trend technology

ลองเข้าไปดูกันนะว่าพัฒนาการของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องสมุดว่ามีอะไรบ้าง ผมว่ามันดีที่บอกช่วงเวลาให้ด้วย พอดูกันจิงๆ เทคโนโลยีที่เข้ามาในห้องสมุดเริ่มตั้งแต่ ปี 1968

ทำเอาผมอึ้งไปเลยว่าเมื่อก่อนเทคโนโลยีอะไรที่นำมาใช้ในปีนั้น

ก็เลยเข้าไปหาคำตอบดูปรากฎว่าเทคโนโลยีตัวนั้นชื่อว่า “NOTIS Systems” ของ Northwestern University

ซึ่งผมหาคำตอบในเรื่องนี้ก็หาไม่เจอว่ามันคืออะไร ใครรู้ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยก็ดีนะครับ

LeftHit.com

อาจารย์พานักศึกษามาเรียนห้องสมุดได้มั้ย

เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นบ่อยในห้องสมุดของผมเอง
จึงอยากถามเพื่อนว่าเหมาะสมมั้ย เห็นด้วยปล่าว

ฟังเหตุการณ์ก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาคิดกันอีกที

ในวิชาอะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ
แต่เป็นวิชาที่ต้องตัดข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้วมาเขียนวิเคราะห์กัน
ทุกห้องที่เรียนวิชานี้จะต้องมาเรียนที่ห้องสมุด
ทางสมุดต้องจัดเตรียมหนังสือพิมพ์เก่าให้นักศึกษาตัดกัน
โอเคประเด็นที่ต้องเตรียมให้ไม่ว่าเนื่องจากห้องสมุดมีหนังสือพิมพ์เก่าจำนวนมากพอ
นักศึกษาก็ทำงานไปคุยกันไป เหมือนกับว่าห้องสมุดคือห้องเรียนของเขาซะงั้นเลย

บรรณารักษ์ก็เตือนก็เงียบเป็นพักๆ
แต่อาจารย์ที่คุมนักศึกษาและมอบหมายงานกลับเฉย
ไม่ดูแลนักศึกษากันเลย
ปล่อยให้เสียงดังไม่พอ
นอกจากนี้ท้ายคาบ
อาจารย์มีเช็คชื่อนักศึกษาซะอีก
เรียกนักศึกษาเสียงดังมาก กะว่านักศึกษาอยู่ส่วนใดของห้องสมุดก็จะได้ยิน
อ๋อ พอบอกให้อาจารย์เตือนนักศึกษาเรื่องเสียงหน่อยก็ดูเหมือนจะสนใจในคำพูด
ก็เตือนๆ ไปงั้นๆ แหละ

เอาเป็นว่าความคิดของผมแล้วกันการที่อาจารย์พานักศึกษามาห้องสมุดผมว่าดีนะครับ
เป็นการส่งเสริมการใช้ห้องสมุด
แต่ถ้าอาจารย์จะสอนหนังสือด้วยผมว่าอาจารย์กลับไปที่ห้องเรียนน่าจะดีกว่านะครับ
ซึ่งถ้าบอกว่าในห้องเรียนไม่มีหนังสือพิมพ์ก็ไม่เป็นไร
ถ้าอาจารย์มาคุยกับห้องสมุดไว้ก่อน เดี๋ยวห้องสมุดก็จะเตรียมไว้ให้เอง
อย่างน้อยห้องเรียนคงเสียงดังได้มากกว่าห้องสมุด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้ห้องสมุดคนอื่นๆ นะครับ
อีกอย่างการตัดข่าว ติดกาว ถ้ามาติดในห้องสมุดก็ขอความกรุณาทำความสะอาดให้ด้วยก่อนออก
ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระกับห้องสมุด

และอีกอย่างการมอบหมายงานที่ให้ทำกรุณามอบหมายในห้องเรียนไม่ใช่มามอบหมายที่ห้องสมุดนะครับ

ลด ละ เลิกการใช้เสียงเถอะไม่ต้องคิดถึงบรรณารักษ์ แต่อยากให้คิดถึงผู้ใช้ห้องสมุดคนอื่นๆ ด้วย
ด้วยความหวังดีจากใจบรรณารักษ์

LeftHit.com

คุณรู้จักเรือ DOULOS กันมั้ย?

หลายคนคงงงว่าทำไมวันนี้ผมพูดถึงเรือ
หรือว่าผมอยากไปเที่ยว หรือ ไปล่องเรือ
อ้าวแล้วทำไมต้องไปเรือ DOULOS หล่ะ ทำไมไม่ไป เจ้าพระยาริเวอร์ก็ได้
ไม่ต้องเดาดีกว่าครับเดี๋ยวมันจะลอยออกนอกประเทศไปไกลกว่านี้

ชื่อเรือ DOULOS บ้างคนอาจจะจำไม่ได้
แต่ถ้าบอกว่าเรือลำนี้คือห้องสมุดลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกทุกคนอาจจะเริ่มนึกออก
เรือลำนี้จะตะเวนไปรอบโลกเพื่อขายหนังสือราคาถูกให้ผู้คนได้ขึ้นมาซื้อ
เรือลำนี้ เคยมาที่ประเทศไทยด้วยนะ
ในปี 1987 มากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
ในปี 1990 มากรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สอง
ในปี 2001 มากรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สาม
และในปี 2006 หรือปีที่แล้ว มากรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สี่
แต่น่าเสียดายที่ปีที่แล้วผมไม่ได้ไปชม เนื่องจากภาระกิจสอบเข้าปริญญาโทพอดีเลย

เอาเป็นว่าผมก็ไปศึกษาหาข้อมูลมาเพื่อเล่าสู่กันฟังได้แล้วกัน
ในช่วงเวลาขณะนี้เรือ DOULOS ของเราอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้นะ
ใครอยากไปดูก็ซื้อตั๋วเครื่องบินกันไปเอง อิอิ

เรือ DOULOS เป็นเรือรุ่นน้อง Titanic สองปีจ้า
เรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2457 แน่ะ นับว่าอาวุโสพอควร
เรือลำนี้แล่นไปหลายประเทศประมาณสัก ร้ยกว่าที่แห่งจะได้นะ
เอาเป็นว่าไปมาแล้วเกือบรอบโลกอ่ะ

บนเรือมีหนังสือให้ชมและจำหน่ายมากมายโดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้มีซีดีเพลงเกือบทั่วโลกด้วยนะ
และยังมีให้ชมวิถีความเป็นอยู่ของลูกเรือลำนี้อีกด้วย

อ๋อบนเรือมีหน่วยเงินต่างจากประเทศต่างๆ ด้วยนะ
เอาเป็นว่าบนเรือใช้หน่วยเงินคือ UNIT
โดยเทียบอัตราระหว่างเงิน UNIT กับ เงินบาท เท่ากับ 100 UNIT = 90 Baht
เวลาซื้อของบนเรือก็จะมีตั้งแต่ราคา 25 UNIT ไปจนถึง 1000 UNIT เลยก็มี
นับว่าไม่แพงสักเท่าไหร่

แต่มาบ่นตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อ่ะ เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าเรือลำนี้จะมาไทยกันอีกเมื่อไหร่เอาเป็นว่าถ้ามาอีกก็จะรีบมาประกาศที่นี่เลยนะครับ
ส่วนใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ลองตามอ่านข่าวเก่าๆ ตามด้านล่าง รวมถึงเว็บของเรือตามด้านล่างเช่นเดียวกันจ้า

———————————————————————————————-

1.  เรือดู​โลส จากบล็อก One Day When I was Young

2. ชมร้านหนังสือลอยน้ำ​ที่​ใหญ่​ที่สุด​ใน​โลก จากเว็บนายรอบรู้ 

3. เว็บของหน่วยงาน DOULOS (รายละเอียดเยอะดีครบทุกสิ่งที่อยากรู้แต่เป็นภาษาอังกฤษนะจ๊ะ)

———————————————————————————————-

LeftHit.com

ผู้ใช้หัวหมอกับคำพูดว่า “ผมคืนหนังสือไปแล้วจิงๆ นะ”

อิอิ วันนี้มีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังอีกแล้ว
หลังจากที่วันก่อนเราเจอผู้ใช้ที่เป็นอาจารย์หัวหมอที่ไม่ยอมจ่ายค่าปรับ
มาวันนี้ เหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่จากอาจารย์นะครับ
แต่เป็นนักศึกษาหัวหมอแทน

มีวันนึงนักศึกษาคนนี้มายืมหนังสือแต่ปรากฎว่า
ไม่สามารถยืมได้เนื่องจากยังไม่คืนหนังสือซึ่งก็เกินกำหนดและยังไม่ได้จ่ายเงิน
บรรณารักษ์จึงทวงถามเกี่ยวกับเรื่องยังไม่คืนหนังสือ
แต่ได้รับคำตอบจากนักศึกษาว่าคืนไปแล้วเมื่อวันก่อน
ทางบรรณารักษ์จึงถามให้แน่ใจว่าตกลงคืนแล้วแน่นะ
งั้นให้ไปหาหนังสือบนชั้นหนังสือแล้วเอามายืนยัน
ปรากฎว่าผ่านไป 10 นาที นักศึกษาคนนั้นก็นำหนังสือมาแสดงให้ดู
และพูดว่า

“ก็บอกแล้วว่าคืนแล้วก็ไม่เชื่อ ไม่ตรวจสอบให้รอบคอบเลยนะบรรณารักษ์”

วันนั้นผมก็อึ้งไปเลยครับ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้แต่ก็ความผิดเราหล่ะมั้งสงสัยชุ่ยไปเอง
ไม่ระเอียดรอบคอบเอง ก็สมควรแล้วที่โดนนักศึกษาด่า
แต่มันก็น่าสงสัยอยู่นะเพราะว่าระบบก็ไม่ได้เสียสักหน่อยแล้วจะพลาดได้อย่างไร
อีกอย่างถ้าคืนหนังสือแล้วทุกครั้งผมต้องใส่สัญญาณแม่เหล็กนี่หน่า
แล้วทำไมมันถึงดูเหมือนยังไม่ได้ใส่ พอผมหยิบเดินผ่านประตูมันก็ไม่ดัง
ตอนแรกนึกว่าแถบแม่เหล็กเสีย ที่ไหนได้พอเอามาใส่สัญญาณมันก็ดังตามปกติ
เอ๊ะ มันยังไงยังไงอยู่น่าเรื่องนี้

ผ่านไปหนึ่งเดือนนักศึกษาคนนี้กลับมาอีกแล้วครับ
มาขอยืมหนังสืออีกแล้ว และคราวนี้ก็เหมือนเดิมคือยังไม่ได้คืนหนังสือและยังมีค่าปรับอีก
ผมก็ทวงถามตามปกติ นักศึกษาจึงเล่นมุขเดิมแล้วบอกว่าคืนไปแล้ว ระบบมั่วปล่าว
ผมจึงบอกว่าไหนไปหาดูที่ชั้นแล้วนำมาโชว์ที่เคาน์เตอร์ซิ
นักศึกษาก็ตกลงบอกว่าเดี๋ยวจะไปหยิบมาให้ดู
คร่าวนี้ผมจึงเดินตามนักศึกษาคนนี้ไป
และทำให้ผมได้เจอความจริงว่า

นักศึกษาคนนั้นเดินไปที่ชั้นหนังสือ สักพักก็หยิบหนังสือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา

ซึ่งเด็กคนนั้นคงไม่รู้ว่าผมยืนอยู่ข้างหลัง
พอหันหลังมาหล่ะเท่านั้น
นักศึกษาคนนั้นตกใจ สีหน้าซีด
ผมจึงถามต่อว่าทำแบบนี้ไปเผื่ออะไร
เค้าก็ตอบว่า ก็แค่อยากลองเฉยๆ ว่าบรรณารักษ์จะรู้หรือปล่าวก็เท่านั้นเอง

วันนั้นผมจึงไม่ว่าอะไรเขาหรอกนะ แต่ทำเรื่องถึงอาจารย์ที่ปรึกษาให้ตักเตือน
และอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำสอง
มิเช่นนั้นอย่าหาว่าบรรณารักษ์ไม่เตือนนะจ้ะ

LeftHit.com

พฤติกรรมของผู้ใช้ห้องสมุดแบบไหนที่ไม่น่าให้อภัย : แบบสำรวจ

พฤติกรรมของผู้ใช้ห้องสมุดที่แย่ๆ มีดังต่อไปนี้

———————————————————————-
1. เอาของกินเข้ามากินในห้องสมุด (แล้วไม่เก็บขยะไปทิ้งด้วยนะ)
2. คุยโทรศัพท์เสียงดังเสมือนว่าอยู่คนเดียวในห้องสมุด
3. แอบตัดหรือฉีกหนังสือของห้องสมุด
4. ไม่ยอมเสียค่าปรับเมื่อเกินกำหนดคืนหนังสือ
5. แอบซ่อนหนังสือไว้ในที่ต่างๆ เช่น เอาหมวด 100 ไปใส่ 500
6. แอบจดหรือเขียนข้อความต่างๆ ลงในหนังสือของห้องสมุด
7. ทำหนังสือของห้องสมุดหาย
8. อื่นๆ ระบุ……….

———————————————————————-

อยากถามเพื่อนๆ ว่า
“ถ้าคุณเจอผู้ใช้ห้องสมุดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว คุณว่าผู้ใช้ห้องสมุดแบบไหนที่คุณจะไม่พอใจมากที่สุด”
หากไม่มีให้เลือกด้านบน กรุณาระบุหน่อยนะครับว่ามีอะไรเพิ่มอีกมั้ย
แล้วเราจะมาหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน

——————————————————
สำหรับผมเองตอนนี้เจอปัญหาเรื่องการแอบตัดหรือฉีกหนังสือบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งเมื่อผู้ใช้นำมาคืนมักจะอ้างว่า

“มันขาดอยู่แล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“คนที่ยืมก่อนผมทำขาดหรือปล่าว”
“ตอนผมเอาไปมันก็ไม่มีหน้านี้อยู่แล้วนะ”

ดังนั้นในช่วงนี้จึงมีป้ายเตือน ณ จุดบริเวณเคาน์เตอร์ว่า

“หากหนังสือเล่มนั้นชำรุดกรุณาอย่ายืมออก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ทันที มิฉะนั้นท่านต้องรับผิดชอบต่อสภาพหนังสือที่ท่านยืมไป”

และก่อนทำการยิงบาร์โค้ตทุกครั้ง บรรณารักษ์จะลองเปิดดูแบบผ่านๆ เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีรอยขีดเขียน หรือรอยขาด
และหากผู้ใช้นำมาคืนในสภาพที่หนังสือถูกฉีกอีก
จะทำให้ไม่สามารถอ้างเหตุผลใดๆ ต่อบรรณารักษ์ได้
หลังจากนั้นให้ปรับเป็นค่าหนังสือ / ซื้อหนังสือมาชดใช้ / ตัดสิทธิการยืม / ตัดสิทธิการใช้ห้องสมุด / ติดประจาน วิธีต่างๆ ก็จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมต่อไปด้วยนะครับ

อิอิ ขอเปิดนำร่องก่อนเลยใครมีความคิดยังไง หรือแนวทางการแก้ไขยังไงเสนอได้นะครับ

LeftHit.com

ปิดเว็บเขาได้ แต่ปิดความคิดกันไม่ได้

ช่วงนี้เพื่อนๆ ใน WordPress ได้พูดเรื่อง TOT บล็อก WordPress กันบ่อยขึ้น

ตัวผมเองก็ได้รับผมกระทบนี้เช่นเดียวกันเนื่องจากที่บ้านผมใช้เน็ตของ TOT โดยตรง
การที่ผมจะทำการอัพบล็อกของผมทำไม่ได้เลย เพราะมีการบล็อกอย่างนี้อยู่
ในช่วงนี้ผมจึงต้องไปอัพบล็อกที่ทำงานหรือที่เรียนแทน

การที่ TOT บอกว่าเว็บของพวกเรามีข้อความที่ไม่เหมาะสม ผมอยากถามท่านว่า
ท่านเคยอ่านเว็บของพวกเราทุกเว็บหรือปล่าว
หรือว่าท่านอ่านเพียงไม่กี่เว็บเท่านั้น
เว็บดีๆ ยังมีอีกมากมาย

บล็อกของผมใน wordpress นี้ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายหรอกนะครับ
พรุ่งนี้จะเปิดได้ปล่าวยังไม่รู้
แต่อยากให้พวกท่านๆ ได้รู้ว่า การที่เราทุกคนใช้บริการบล็อกเพื่อเขียนเรื่องต่างๆ เหล่านี้
เราอยากให้คนอ่านๆ แล้วนำไปคิดเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้
และหากท่านๆ ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ในการบล็อกของท่าน ก็ขอให้ท่านคิดสักนิดเถอะนะครับ

เพราะว่า blog ที่เปิดให้บริการอยู่ในตอนนี้มีตั้งเยอะ
ท่านคิดว่าท่านต้องปิดให้หมดก่อนหรือถึงท่านจะพอใจ

คำว่าสือบนอินเทอร์เน็ตมีอะไรมากกว่าท่านคิดตั้งเยอะนะครับ

ทำไมเว็บโป๊ถึงปิดไม่หมดสักที ให้ท่านลองคิดกันเล่นๆ
เพราะปิดเว็บนี้ก็ไปเปิดเว็บนี้อีก โลกปัจจุบันมันง่ายกว่าที่ท่านคิดเยอะนะครับ
คุณสามารถปิดเว็บของพวกเขาได้แต่ท่านไม่สามารถปิดความคิดของเขาได้เช่นกัน

LeftHit.com

ความผูกพันระหว่างฉันกับห้องสมุด

จำได้หรือปล่าวว่าคุณกับห้องสมุดผูกพันกันครั้งแรกที่ไหน

สำหรับผมเริ่มต้นจากห้องสมุดโรงเรียนที่ฉันเรียนมาก่อน
ซึ่งห้องสมุดโรงเรียนฉันตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6
ห้องสมุดโรงเรียนของฉันมีการเปลี่ยนแปลง 3 ครั้งใหญ่ๆ นั่นคือ

1. ห้องสมุดเล็กๆ ให้บริการแบบดั้งเดิมยังไม่มีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการ
ขนาดในห้องสมุดเองก็ไม่ได้ติดแอร์ แต่ก็มีคนมายืมหนังสือเยอะเหมือนกัน
จะยืมแต่ละทีต้องเข้าแถวรอนานมาก แต่ฉันก็ใช้บริการแทบจะทุกสัปดาห์
ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ประมาณ ป.4 มั้ง
เลยชอบหนังสือที่มีภาพเยอะๆ พวกการ์ตูนวิทยาศาสตร์มั้ง

2. ห้องสมุดถูกย้ายไปอยู่อีกตึกเป็นห้องสมุดชั่วคราวเนื่องจากในขณะนั้นมีการทุบตึกห้องสมุดเดิมเพื่อสร้างห้องสมุดใหม่
ในห้องสมุดชั่วคราวนี้เปิดดำเนินการแค่ประมาณปีครึ่งเอง
แต่ก็มีเครื่องปรับอากาศเข้ามา ฉันก็ชอบเข้าไปนั่งอ่านเล่นเพราะว่ามันเย็นดี
แต่ในช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้ยืมหนังสือเลย หรือว่าโตแล้วเริ่มขี้เกียจนะ
แต่ถึงผมจะไม่ยืมหนังสือ แต่ผมก็จะเข้ามาอ่านแล้วกันน่า…

3. ห้องสมุดใหม่เสร็จกลายเป็นตึกหอสมุดใหญ่มาก มีคอมเพื่อการสืบค้น มีอินเทอร์เน็ตให้เล่นด้วย
ในตึกหอสมุดใหม่นี้มีทั้งห้องคอมที่ใช้สำหรับวิชาเรียนในชั้น 2 และในชั้น 3 กับ 4 เป็นห้องสมุด
ซึ่งมีความทันสมัยมากๆ ทำให้ผมเข้ามาประจำเลย โดยเฉพาะเวลาพักเที่ยงเกือบทุกวันผมจะอยู่ที่ห้องสมุดเสมอๆ
เวลาเพื่อนจะตามหาผมก็มักจะมาหากันที่ห้องสมุดนั่นแหละ
ในช่วงนั้นเวลาใครต้องการทำรายงาน ผมจะอาสาเป็นคนหาข้อมูลเพื่อประกอบรายงานตลอด
คงเป็นเพราะตอนนั้นแน่ๆ ที่ทำให้ผมอยากเป็นบรรณารักษ์มั้ง

ตอนมานอกจากห้องสมุดโรงเรียนของผมแล้วผมยังมีห้องสมุดที่ผมไปประจำอีกสองที่นั่นคือ
หอสมุดแห่งชาติเวลาผมต้องการเนื้อหารายงานที่มีเนื้อหาที่ละเอียดมากๆ ผมจะมาที่นี่
และทำให้ผมไม่ผิดหวังเลยก็ว่าได้เพราะมาที่นี่ทีไรผมมักจะต้องถ่ายเอกสารเนื้อหากลับบ้านประมาณเกือบ 100 แผ่นทั้งนั้น
ส่วนอีกห้องสมุดนึงก็คือห้องสมุดภาษาญี่ปุ่นที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
เนื่องจากทุกๆ วันเสาร์ผมจะเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นั่นและในห้องสมุดนั่นมีหนังสือที่สอนภาษาญี่ปุ่นมากมายให้เลือกอ่าน
เวลามาเรียนผมจึงต้องแวะห้องสมุดนี้สักชัวโมงเพื่อหาอะไรอ่านเล่น เพื่อเป็นการฝึกภาษาไปในตัวด้วย

ที่ผ่านมาเป็นเพียงเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะเข้ามาเรียนบรรณารักษ์นะครับส่วนเรื่องราวที่ผมเรียนบรรณารักษ์วันหลังจะเล่าให้ฟังแล้วกัน
วันนี้ผมไม่ค่อยสบายเลยเขียนได้แค่นี้แหละ ตอนนี้เริ่มมึนๆ แล้วครับ

แล้วเพื่อนๆ หล่ะตอนเด็กๆ เคยมีความผูกพันกับห้องสมุดที่ไหนบ้างอย่าลืมเอามาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

LeftHit.com

« หน้าที่แล้ว