สิงหาคม 31, 2007 ที่ 9:12 am (การศึกษา, บรรณารักษ์, สังคม)
ช่วงนี้ไปไหนก็ได้ยินแต่เรื่อง Where are you? เกือบทุกที่
หาใครไม่เจอก็ Where are you?
ไปไหนไม่ถูกก็ Where are you?
ทะเลาะกับแฟนก็ Where are you?
แล้วตกลง Where are you?
อนาคตบรรณารักษ์จะเป็นอาชีพที่สูญหายหรือปล่าว ต้องให้ป่าวประกาศว่า Where are you? หรือปล่าว ผมชัดไม่แน่ใจลงไปทุกทีๆ เพราะทุกวันนี้อาชีพนี้ก็ยังสำคัญสำหรับประเทศไทยอยู่และคงไม่หายไปง่ายๆ หรอก แต่ทำไมในวงการศึกษาถึงต้องเปลี่ยนหลักสูตรใหม่แถมยังเปลี่ยนชื่อใหม่ให้อีก ทำไมหรอครับ
เรื่องการปรับปรุงหลักสูตรสำหรับบรรณารักษ์ผมเห็นด้วยเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นตัวเปลี่ยนหลักสูตร แต่คำว่าบรรณารักษ์ในหลักสูตรบัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นการจัดการสารสนเทศ หรือสารสนเทศศาสตร์ หรือการจัดการความรู้ ตกลงที่ไหนยังไม่เปลี่ยนแสดงว่าเชยรึปล่าว
บางที่ที่ผมเห็นมีการเปลี่ยนชื่อหลักสูตรก็จริงแต่วิชาก็ยังคงเป็นวิชาบรรณารักษ์นั่นแหละ แล้วตกลงคุณจะเปลี่ยนทำไม อันนี้ผมคงให้คำตอบอย่างแท้จริงไม่ได้ เพราะการศึกษาของเราที่เป็นแบบตามชาวบ้านรึปล่าว ในความคิดผมนะถ้าเปลี่ยนหลักสูตรแต่ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อก็น่าจะสามารถทำได้ แต่สังคมเป็นตัวกดดันว่าจบบรรณารักษ์มาต้องทำเกี่ยวกับหนังสืออย่างเดียวเท่านั้นเองหรือ
บางคนถึงกับรับไม่ได้ว่าตัวเองจบบรรณารักษ์มา เวลามีคนถามว่าจบอะไรก็มักจะตอบว่าสารสนเทศ ทำไมหล่ะครับคุณไ่ม่มีความภูมิใจในวิชาชีพของตนเองเลยหรือ
ทุกๆ ครั้งที่ผมเล่าเรื่องต่างๆ แบบนี้ออกมาผมก็หวังว่าเพื่อนๆ คงจะมีความภาคภูมิในวิชาชีพนี้นะครับ วิชาชีพบรรณารักษ์คือคนที่ถือสารสนเทศอยู่ในมือ ไม่ว่าอาชีพไหนๆ ก็ทำแบบเราไม่ได้ ดังนั้นภาคภูมิใจกับคำว่า บรรณารักษ์กันนะครับ
ก่อนที่อีกไม่กี่ปีจะมีคนถามว่า บรรณารักษ์…Where are you?

7 Comments
สิงหาคม 31, 2007 ที่ 12:04 am (Website, ส่วนตัว, แบบสอบถาม)
วันนี้สิ้นเดือนแล้วหวังว่าทุกคนคงจะแฮปปี้กัน
เนื่องจากเงินเดือนออกวันนี้หรือปล่าว
เอาเป็นว่าวันนี้ ผมเองก็คงมีความสุขเหมือนๆ กับทุกคนนะครับ
ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม (วันที่เขียนบล็อกนี้ครั้งแรก)
จนถึงวันนี้ผมยังยืนยันในเจตนารมณ์เดิมว่า
ผมก็จะเล่าเรื่องบรรณารักษ์กันต่อไป
แต่เดือนหน้าผมจะเขียนเรื่องอะไรดี ก็เลยอยากมาปรึกษาเพื่อนๆ ที่อ่านกันว่า
อยากให้ผมเขียนอะไรหล่ะ
อยากรู้อะไรเพิ่มเกี่ยวกับแวดวงบรรณารักษ์หรือปล่าว
—————————————————
สำหรับผมเอง ผมคิดในสิ่งตอนไปนี้ว่าอยากทำเพิ่ม1. แนะนำหลักสูตรการเรียนในสายวิชาที่เกี่ยวกับบรรณารักษ์ตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก
2. สัมภาษณ์บุคคลในแวดวงสารสนเทศ
3. พาไปเที่ยวห้องสมุดที่น่าสนใจ
4. แนะนำความรู้เพิ่มเติมจะทำอาทิตย์ละ 1-2 เรื่อง (บริการตอบคำถามออนไลน์)
5. มีการนำแบบประเมินเว็บไซต์แสดงข้อมูลทุกเดือนในวันที่ 1 ของเดือน (พรุ่งนี้คอยดูนะ)
—————————————————
จริงยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากทำ แต่ตอนนี้ขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ดีกว่า
ว่า “เดือนกันยายนอยากให้บล็อกนี้มีอะไรเพิ่มเติม”
อยากได้ไอเดียแปลก นอกกรอบ แต่ต้องทำได้นะ

13 Comments
สิงหาคม 30, 2007 ที่ 4:04 pm (การบริการ, ผู้ใช้บริการ, ห้องสมุด)
หลายๆ สถาบันการศึกษามีการเปิดหลักสูตรการศึกษาให้นักศึกษาภาคพิเศษ
ในที่นี้ผมขอเน้นในส่วนที่เป็น นักศึกษาภาคค่ำ
เมื่อสถาบันการศึกษาเปิดรับนักศึกษาภาคค่ำแล้ว
ดังนั้นการบริการต่างๆ เพื่อนักศึกษาภาคค่ำจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากนักศึกษาภาคค่ำก็ต้องจ่ายค่าเทอมและค่าบริการต่างๆ ที่สถาบันการศึกษาได้ตั้งใจ
เช่น ค่าบำรุงห้องสมุด ฯลฯ
หลายๆ สถาบันการศึกษาก็มีการบริการห้องสมุดให้นักศึกษาภาคค่ำด้วยโดยจะเปิดให้บริการดึกขึ้น
แต่ประเด็นตรงนั้นผมจะไม่พูดถึง แต่จะขอกล่าวถึงบางสถาบันการศึกษาเท่านั้น
ที่มีการเปิดการเรียนการสอนภาคค่ำแต่ไม่จัดบริการพื้นฐานดังกล่าว
โดยเหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะที่ผมเป็นทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
กรณีที่ผมเป็นผู้ใช้บริการ ในฐานะนักศึกษาปริญญาโทภาคค่ำ
เนื่องจากผมเรียนปริญญาโทในภาคค่ำ ซึ่งเรียนในเวลา 18.00 - 21.00 น.
แต่ห้องสมุดของสถาบันที่ผมเรียนปิดเวลา 21.00 น.
ซึ่งทำให้ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ห้องสมุดในวันที่ผมเรียน เนื่องจากพอเรียนเสร็จห้องสมุดก็ปิดไปแล้ว
แล้วส่วนใหญ่ข้อจำกัดของคนที่เรียนภาคค่ำคือทำงานแล้ว
กว่าที่จะเดินทางมาเรียน พอถึงที่เรียนก็มักจะถึงเวลาเข้าเรียนพอดี
หากพิจารณาจากเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ในวันเรียนนักศึกษาเหล่านี้แทบไม่ได้ใช้ห้องสมุดเลย
เอาหล่ะเมื่อกี้เป็นมุมมองในฐานะที่ผมเป็นผู้ใช้บริการ
กรณีที่ผมเป็นผู้ให้บริการ ในฐานะบรรณารักษ์ห้องสมุดสถาบันการศึกษา
การกำหนดระยะเวลาในการเปิดและปิดบริการ
จะอยู่ในส่วนของนโยบายทางการบริหารของห้องสมุด
หลายครั้งที่เราทำเรื่องที่จะปิดบริการให้ดึกขึ้น
ทางผู้บริหารก็มักจะมองประเด็นในส่วนการใช้ทรัพยากรและความคุ้มค่าของการให้บริการเป็นหลัก
เนื่องจากที่นี่ในแต่ละวันมีจำนวนผู้ใช้ห้องสมุดน้อย ดังนั้นการเปิดให้บริการดึกขึ้นจะส่งผมเรื่องค่าใช้จ่ายของห้องสมุดมากขึ้นด้วย
แต่อย่างไรก็ดี บรรณารักษ์เมื่อทำนโยบายเสร็จ ทางผู้บริหารขององค์กรจะเป็นผู้พิจารณาอีกรอบหนึ่ง
นี่ก็เป็นมุมมองในส่วนที่ผมเป็นผู้ให้บริการนะครับ
เอาหล่ะภาพรวมเพื่อนๆ คงจะเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว
จริงๆ แล้วเรื่องนี้สำหรับผมเอง ในฐานะที่เป็นบรรณารักษ์
ผมอยากเปิดให้ห้องสมุดสามารถบริการนักศึกษาภาคค่ำด้วยนะครับ
โดยอาจจะปิดหลังจากมีการเรียนการสอนภาคค่ำ 1 ชั่วโมง
เช่นนักศึกษาเลิกเรียน 21.00 น. ห้องสมุดก็ควรปิดสักประมาณ 22.00 น.
ทั้งนี้เพื่อให้บริการในการยืมคืนกับนักศึกษาภาคค่ำบ้าง
อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ในเรื่องห้องสมุดเพื่อผู้ใช้หรือเพื่อบรรณารักษ์
ผู้ใช้เป็นคนที่ห้องสมุดจะต้องให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง
การบริการเราต้องยึดผู้ใช้เป็นหลัก
ไม่ใช่ยึดความสบายของบรรณารักษ์เป็นหลักนะครับ
อย่างน้อยนักศึกษาภาคค่ำจะได้ไม่ต้องมาบ่นว่า “เสียเงินจ่ายค่าห้องสมุดไปแล้วไม่เห็นได้ใช้เลย”

3 Comments
สิงหาคม 30, 2007 ที่ 1:37 am (Library, digital library, ห้องสมุด, เทคโนโลยี, เทคโนโลยีการศึกษา)
วันนี้ได้เข้าไปอ่านบนความเรื่อง 2007 Library Technology Guides Automation Trend Survey จากเว็บ Library Technology Guides
อ่านไปอ่านมาเจอภาพแผนผังนี้เข้าเลยเอามาฝากเพื่อนๆ

ลองเข้าไปดูกันนะว่าพัฒนาการของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในห้องสมุดว่ามีอะไรบ้าง ผมว่ามันดีที่บอกช่วงเวลาให้ด้วย พอดูกันจิงๆ เทคโนโลยีที่เข้ามาในห้องสมุดเริ่มตั้งแต่ ปี 1968
ทำเอาผมอึ้งไปเลยว่าเมื่อก่อนเทคโนโลยีอะไรที่นำมาใช้ในปีนั้น
ก็เลยเข้าไปหาคำตอบดูปรากฎว่าเทคโนโลยีตัวนั้นชื่อว่า “NOTIS Systems” ของ Northwestern University
ซึ่งผมหาคำตอบในเรื่องนี้ก็หาไม่เจอว่ามันคืออะไร ใครรู้ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยก็ดีนะครับ

Comments
สิงหาคม 29, 2007 ที่ 4:03 am (การบริการ, การศึกษา, ผู้ใช้บริการ, ห้องสมุด)
เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นบ่อยในห้องสมุดของผมเอง
จึงอยากถามเพื่อนว่าเหมาะสมมั้ย เห็นด้วยปล่าว
ฟังเหตุการณ์ก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาคิดกันอีกที
ในวิชาอะไรผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ
แต่เป็นวิชาที่ต้องตัดข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้วมาเขียนวิเคราะห์กัน
ทุกห้องที่เรียนวิชานี้จะต้องมาเรียนที่ห้องสมุด
ทางสมุดต้องจัดเตรียมหนังสือพิมพ์เก่าให้นักศึกษาตัดกัน
โอเคประเด็นที่ต้องเตรียมให้ไม่ว่าเนื่องจากห้องสมุดมีหนังสือพิมพ์เก่าจำนวนมากพอ
นักศึกษาก็ทำงานไปคุยกันไป เหมือนกับว่าห้องสมุดคือห้องเรียนของเขาซะงั้นเลย
บรรณารักษ์ก็เตือนก็เงียบเป็นพักๆ
แต่อาจารย์ที่คุมนักศึกษาและมอบหมายงานกลับเฉย
ไม่ดูแลนักศึกษากันเลย
ปล่อยให้เสียงดังไม่พอ
นอกจากนี้ท้ายคาบ
อาจารย์มีเช็คชื่อนักศึกษาซะอีก
เรียกนักศึกษาเสียงดังมาก กะว่านักศึกษาอยู่ส่วนใดของห้องสมุดก็จะได้ยิน
อ๋อ พอบอกให้อาจารย์เตือนนักศึกษาเรื่องเสียงหน่อยก็ดูเหมือนจะสนใจในคำพูด
ก็เตือนๆ ไปงั้นๆ แหละ
เอาเป็นว่าความคิดของผมแล้วกันการที่อาจารย์พานักศึกษามาห้องสมุดผมว่าดีนะครับ
เป็นการส่งเสริมการใช้ห้องสมุด
แต่ถ้าอาจารย์จะสอนหนังสือด้วยผมว่าอาจารย์กลับไปที่ห้องเรียนน่าจะดีกว่านะครับ
ซึ่งถ้าบอกว่าในห้องเรียนไม่มีหนังสือพิมพ์ก็ไม่เป็นไร
ถ้าอาจารย์มาคุยกับห้องสมุดไว้ก่อน เดี๋ยวห้องสมุดก็จะเตรียมไว้ให้เอง
อย่างน้อยห้องเรียนคงเสียงดังได้มากกว่าห้องสมุด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้ห้องสมุดคนอื่นๆ นะครับ
อีกอย่างการตัดข่าว ติดกาว ถ้ามาติดในห้องสมุดก็ขอความกรุณาทำความสะอาดให้ด้วยก่อนออก
ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระกับห้องสมุด
และอีกอย่างการมอบหมายงานที่ให้ทำกรุณามอบหมายในห้องเรียนไม่ใช่มามอบหมายที่ห้องสมุดนะครับ
ลด ละ เลิกการใช้เสียงเถอะไม่ต้องคิดถึงบรรณารักษ์ แต่อยากให้คิดถึงผู้ใช้ห้องสมุดคนอื่นๆ ด้วย
ด้วยความหวังดีจากใจบรรณารักษ์

14 Comments
สิงหาคม 29, 2007 ที่ 1:38 am (การบริการ, ห้องสมุด, เที่ยวห้องสมุด)
หลายคนคงงงว่าทำไมวันนี้ผมพูดถึงเรือ
หรือว่าผมอยากไปเที่ยว หรือ ไปล่องเรือ
อ้าวแล้วทำไมต้องไปเรือ DOULOS หล่ะ ทำไมไม่ไป เจ้าพระยาริเวอร์ก็ได้
ไม่ต้องเดาดีกว่าครับเดี๋ยวมันจะลอยออกนอกประเทศไปไกลกว่านี้
ชื่อเรือ DOULOS บ้างคนอาจจะจำไม่ได้
แต่ถ้าบอกว่าเรือลำนี้คือห้องสมุดลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกทุกคนอาจจะเริ่มนึกออก
เรือลำนี้จะตะเวนไปรอบโลกเพื่อขายหนังสือราคาถูกให้ผู้คนได้ขึ้นมาซื้อ
เรือลำนี้ เคยมาที่ประเทศไทยด้วยนะ
ในปี 1987 มากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
ในปี 1990 มากรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สอง
ในปี 2001 มากรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สาม
และในปี 2006 หรือปีที่แล้ว มากรุงเทพฯ เป็นครั้งที่สี่
แต่น่าเสียดายที่ปีที่แล้วผมไม่ได้ไปชม เนื่องจากภาระกิจสอบเข้าปริญญาโทพอดีเลย
เอาเป็นว่าผมก็ไปศึกษาหาข้อมูลมาเพื่อเล่าสู่กันฟังได้แล้วกัน
ในช่วงเวลาขณะนี้เรือ DOULOS ของเราอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้นะ
ใครอยากไปดูก็ซื้อตั๋วเครื่องบินกันไปเอง อิอิ
เรือ DOULOS เป็นเรือรุ่นน้อง Titanic สองปีจ้า
เรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2457 แน่ะ นับว่าอาวุโสพอควร
เรือลำนี้แล่นไปหลายประเทศประมาณสัก ร้ยกว่าที่แห่งจะได้นะ
เอาเป็นว่าไปมาแล้วเกือบรอบโลกอ่ะ
บนเรือมีหนังสือให้ชมและจำหน่ายมากมายโดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้มีซีดีเพลงเกือบทั่วโลกด้วยนะ
และยังมีให้ชมวิถีความเป็นอยู่ของลูกเรือลำนี้อีกด้วย
อ๋อบนเรือมีหน่วยเงินต่างจากประเทศต่างๆ ด้วยนะ
เอาเป็นว่าบนเรือใช้หน่วยเงินคือ UNIT
โดยเทียบอัตราระหว่างเงิน UNIT กับ เงินบาท เท่ากับ 100 UNIT = 90 Baht
เวลาซื้อของบนเรือก็จะมีตั้งแต่ราคา 25 UNIT ไปจนถึง 1000 UNIT เลยก็มี
นับว่าไม่แพงสักเท่าไหร่
แต่มาบ่นตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อ่ะ เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้ว่าเรือลำนี้จะมาไทยกันอีกเมื่อไหร่เอาเป็นว่าถ้ามาอีกก็จะรีบมาประกาศที่นี่เลยนะครับ
ส่วนใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็ลองตามอ่านข่าวเก่าๆ ตามด้านล่าง รวมถึงเว็บของเรือตามด้านล่างเช่นเดียวกันจ้า
———————————————————————————————-
1. เรือดูโลส จากบล็อก One Day When I was Young
2. ชมร้านหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากเว็บนายรอบรู้
3. เว็บของหน่วยงาน DOULOS (รายละเอียดเยอะดีครบทุกสิ่งที่อยากรู้แต่เป็นภาษาอังกฤษนะจ๊ะ)
———————————————————————————————-

1 Comments
สิงหาคม 28, 2007 ที่ 8:30 am (การบริการ, ผู้ใช้บริการ, ส่วนตัว)
อิอิ วันนี้มีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังอีกแล้ว
หลังจากที่วันก่อนเราเจอผู้ใช้ที่เป็นอาจารย์หัวหมอที่ไม่ยอมจ่ายค่าปรับ
มาวันนี้ เหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่จากอาจารย์นะครับ
แต่เป็นนักศึกษาหัวหมอแทน
มีวันนึงนักศึกษาคนนี้มายืมหนังสือแต่ปรากฎว่า
ไม่สามารถยืมได้เนื่องจากยังไม่คืนหนังสือซึ่งก็เกินกำหนดและยังไม่ได้จ่ายเงิน
บรรณารักษ์จึงทวงถามเกี่ยวกับเรื่องยังไม่คืนหนังสือ
แต่ได้รับคำตอบจากนักศึกษาว่าคืนไปแล้วเมื่อวันก่อน
ทางบรรณารักษ์จึงถามให้แน่ใจว่าตกลงคืนแล้วแน่นะ
งั้นให้ไปหาหนังสือบนชั้นหนังสือแล้วเอามายืนยัน
ปรากฎว่าผ่านไป 10 นาที นักศึกษาคนนั้นก็นำหนังสือมาแสดงให้ดู
และพูดว่า
“ก็บอกแล้วว่าคืนแล้วก็ไม่เชื่อ ไม่ตรวจสอบให้รอบคอบเลยนะบรรณารักษ์”
วันนั้นผมก็อึ้งไปเลยครับ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้แต่ก็ความผิดเราหล่ะมั้งสงสัยชุ่ยไปเอง
ไม่ระเอียดรอบคอบเอง ก็สมควรแล้วที่โดนนักศึกษาด่า
แต่มันก็น่าสงสัยอยู่นะเพราะว่าระบบก็ไม่ได้เสียสักหน่อยแล้วจะพลาดได้อย่างไร
อีกอย่างถ้าคืนหนังสือแล้วทุกครั้งผมต้องใส่สัญญาณแม่เหล็กนี่หน่า
แล้วทำไมมันถึงดูเหมือนยังไม่ได้ใส่ พอผมหยิบเดินผ่านประตูมันก็ไม่ดัง
ตอนแรกนึกว่าแถบแม่เหล็กเสีย ที่ไหนได้พอเอามาใส่สัญญาณมันก็ดังตามปกติ
เอ๊ะ มันยังไงยังไงอยู่น่าเรื่องนี้
ผ่านไปหนึ่งเดือนนักศึกษาคนนี้กลับมาอีกแล้วครับ
มาขอยืมหนังสืออีกแล้ว และคราวนี้ก็เหมือนเดิมคือยังไม่ได้คืนหนังสือและยังมีค่าปรับอีก
ผมก็ทวงถามตามปกติ นักศึกษาจึงเล่นมุขเดิมแล้วบอกว่าคืนไปแล้ว ระบบมั่วปล่าว
ผมจึงบอกว่าไหนไปหาดูที่ชั้นแล้วนำมาโชว์ที่เคาน์เตอร์ซิ
นักศึกษาก็ตกลงบอกว่าเดี๋ยวจะไปหยิบมาให้ดู
คร่าวนี้ผมจึงเดินตามนักศึกษาคนนี้ไป
และทำให้ผมได้เจอความจริงว่า
นักศึกษาคนนั้นเดินไปที่ชั้นหนังสือ สักพักก็หยิบหนังสือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าออกมา
ซึ่งเด็กคนนั้นคงไม่รู้ว่าผมยืนอยู่ข้างหลัง
พอหันหลังมาหล่ะเท่านั้น
นักศึกษาคนนั้นตกใจ สีหน้าซีด
ผมจึงถามต่อว่าทำแบบนี้ไปเผื่ออะไร
เค้าก็ตอบว่า ก็แค่อยากลองเฉยๆ ว่าบรรณารักษ์จะรู้หรือปล่าวก็เท่านั้นเอง
วันนั้นผมจึงไม่ว่าอะไรเขาหรอกนะ แต่ทำเรื่องถึงอาจารย์ที่ปรึกษาให้ตักเตือน
และอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำสอง
มิเช่นนั้นอย่าหาว่าบรรณารักษ์ไม่เตือนนะจ้ะ

3 Comments
สิงหาคม 28, 2007 ที่ 2:50 am (ห้องสมุด, แบบสอบถาม)
พฤติกรรมของผู้ใช้ห้องสมุดที่แย่ๆ มีดังต่อไปนี้
———————————————————————-
1. เอาของกินเข้ามากินในห้องสมุด (แล้วไม่เก็บขยะไปทิ้งด้วยนะ)
2. คุยโทรศัพท์เสียงดังเสมือนว่าอยู่คนเดียวในห้องสมุด
3. แอบตัดหรือฉีกหนังสือของห้องสมุด
4. ไม่ยอมเสียค่าปรับเมื่อเกินกำหนดคืนหนังสือ
5. แอบซ่อนหนังสือไว้ในที่ต่างๆ เช่น เอาหมวด 100 ไปใส่ 500
6. แอบจดหรือเขียนข้อความต่างๆ ลงในหนังสือของห้องสมุด
7. ทำหนังสือของห้องสมุดหาย
8. อื่นๆ ระบุ……….
———————————————————————-
อยากถามเพื่อนๆ ว่า
“ถ้าคุณเจอผู้ใช้ห้องสมุดที่มีพฤติกรรมดังกล่าว คุณว่าผู้ใช้ห้องสมุดแบบไหนที่คุณจะไม่พอใจมากที่สุด”
หากไม่มีให้เลือกด้านบน กรุณาระบุหน่อยนะครับว่ามีอะไรเพิ่มอีกมั้ย
แล้วเราจะมาหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
——————————————————
สำหรับผมเองตอนนี้เจอปัญหาเรื่องการแอบตัดหรือฉีกหนังสือบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งเมื่อผู้ใช้นำมาคืนมักจะอ้างว่า
“มันขาดอยู่แล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“คนที่ยืมก่อนผมทำขาดหรือปล่าว”
“ตอนผมเอาไปมันก็ไม่มีหน้านี้อยู่แล้วนะ”
ดังนั้นในช่วงนี้จึงมีป้ายเตือน ณ จุดบริเวณเคาน์เตอร์ว่า
“หากหนังสือเล่มนั้นชำรุดกรุณาอย่ายืมออก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ทันที มิฉะนั้นท่านต้องรับผิดชอบต่อสภาพหนังสือที่ท่านยืมไป”
และก่อนทำการยิงบาร์โค้ตทุกครั้ง บรรณารักษ์จะลองเปิดดูแบบผ่านๆ เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีรอยขีดเขียน หรือรอยขาด
และหากผู้ใช้นำมาคืนในสภาพที่หนังสือถูกฉีกอีก
จะทำให้ไม่สามารถอ้างเหตุผลใดๆ ต่อบรรณารักษ์ได้
หลังจากนั้นให้ปรับเป็นค่าหนังสือ / ซื้อหนังสือมาชดใช้ / ตัดสิทธิการยืม / ตัดสิทธิการใช้ห้องสมุด / ติดประจาน วิธีต่างๆ ก็จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมต่อไปด้วยนะครับ
อิอิ ขอเปิดนำร่องก่อนเลยใครมีความคิดยังไง หรือแนวทางการแก้ไขยังไงเสนอได้นะครับ

5 Comments
สิงหาคม 27, 2007 ที่ 8:18 am (Website)
ช่วงนี้เพื่อนๆ ใน WordPress ได้พูดเรื่อง TOT บล็อก WordPress กันบ่อยขึ้น
ตัวผมเองก็ได้รับผมกระทบนี้เช่นเดียวกันเนื่องจากที่บ้านผมใช้เน็ตของ TOT โดยตรง
การที่ผมจะทำการอัพบล็อกของผมทำไม่ได้เลย เพราะมีการบล็อกอย่างนี้อยู่
ในช่วงนี้ผมจึงต้องไปอัพบล็อกที่ทำงานหรือที่เรียนแทน
การที่ TOT บอกว่าเว็บของพวกเรามีข้อความที่ไม่เหมาะสม ผมอยากถามท่านว่า
ท่านเคยอ่านเว็บของพวกเราทุกเว็บหรือปล่าว
หรือว่าท่านอ่านเพียงไม่กี่เว็บเท่านั้น
เว็บดีๆ ยังมีอีกมากมาย
บล็อกของผมใน wordpress นี้ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายหรอกนะครับ
พรุ่งนี้จะเปิดได้ปล่าวยังไม่รู้
แต่อยากให้พวกท่านๆ ได้รู้ว่า การที่เราทุกคนใช้บริการบล็อกเพื่อเขียนเรื่องต่างๆ เหล่านี้
เราอยากให้คนอ่านๆ แล้วนำไปคิดเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้
และหากท่านๆ ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ในการบล็อกของท่าน ก็ขอให้ท่านคิดสักนิดเถอะนะครับ
เพราะว่า blog ที่เปิดให้บริการอยู่ในตอนนี้มีตั้งเยอะ
ท่านคิดว่าท่านต้องปิดให้หมดก่อนหรือถึงท่านจะพอใจ
คำว่าสือบนอินเทอร์เน็ตมีอะไรมากกว่าท่านคิดตั้งเยอะนะครับ
ทำไมเว็บโป๊ถึงปิดไม่หมดสักที ให้ท่านลองคิดกันเล่นๆ
เพราะปิดเว็บนี้ก็ไปเปิดเว็บนี้อีก โลกปัจจุบันมันง่ายกว่าที่ท่านคิดเยอะนะครับ
คุณสามารถปิดเว็บของพวกเขาได้แต่ท่านไม่สามารถปิดความคิดของเขาได้เช่นกัน

11 Comments
สิงหาคม 27, 2007 ที่ 6:58 am (ส่วนตัว, ห้องสมุด)
จำได้หรือปล่าวว่าคุณกับห้องสมุดผูกพันกันครั้งแรกที่ไหน
สำหรับผมเริ่มต้นจากห้องสมุดโรงเรียนที่ฉันเรียนมาก่อน
ซึ่งห้องสมุดโรงเรียนฉันตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6
ห้องสมุดโรงเรียนของฉันมีการเปลี่ยนแปลง 3 ครั้งใหญ่ๆ นั่นคือ
1. ห้องสมุดเล็กๆ ให้บริการแบบดั้งเดิมยังไม่มีคอมพิวเตอร์เข้ามาให้บริการ
ขนาดในห้องสมุดเองก็ไม่ได้ติดแอร์ แต่ก็มีคนมายืมหนังสือเยอะเหมือนกัน
จะยืมแต่ละทีต้องเข้าแถวรอนานมาก แต่ฉันก็ใช้บริการแทบจะทุกสัปดาห์
ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ประมาณ ป.4 มั้ง
เลยชอบหนังสือที่มีภาพเยอะๆ พวกการ์ตูนวิทยาศาสตร์มั้ง
2. ห้องสมุดถูกย้ายไปอยู่อีกตึกเป็นห้องสมุดชั่วคราวเนื่องจากในขณะนั้นมีการทุบตึกห้องสมุดเดิมเพื่อสร้างห้องสมุดใหม่
ในห้องสมุดชั่วคราวนี้เปิดดำเนินการแค่ประมาณปีครึ่งเอง
แต่ก็มีเครื่องปรับอากาศเข้ามา ฉันก็ชอบเข้าไปนั่งอ่านเล่นเพราะว่ามันเย็นดี
แต่ในช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้ยืมหนังสือเลย หรือว่าโตแล้วเริ่มขี้เกียจนะ
แต่ถึงผมจะไม่ยืมหนังสือ แต่ผมก็จะเข้ามาอ่านแล้วกันน่า…
3. ห้องสมุดใหม่เสร็จกลายเป็นตึกหอสมุดใหญ่มาก มีคอมเพื่อการสืบค้น มีอินเทอร์เน็ตให้เล่นด้วย
ในตึกหอสมุดใหม่นี้มีทั้งห้องคอมที่ใช้สำหรับวิชาเรียนในชั้น 2 และในชั้น 3 กับ 4 เป็นห้องสมุด
ซึ่งมีความทันสมัยมากๆ ทำให้ผมเข้ามาประจำเลย โดยเฉพาะเวลาพักเที่ยงเกือบทุกวันผมจะอยู่ที่ห้องสมุดเสมอๆ
เวลาเพื่อนจะตามหาผมก็มักจะมาหากันที่ห้องสมุดนั่นแหละ
ในช่วงนั้นเวลาใครต้องการทำรายงาน ผมจะอาสาเป็นคนหาข้อมูลเพื่อประกอบรายงานตลอด
คงเป็นเพราะตอนนั้นแน่ๆ ที่ทำให้ผมอยากเป็นบรรณารักษ์มั้ง
ตอนมานอกจากห้องสมุดโรงเรียนของผมแล้วผมยังมีห้องสมุดที่ผมไปประจำอีกสองที่นั่นคือ
หอสมุดแห่งชาติเวลาผมต้องการเนื้อหารายงานที่มีเนื้อหาที่ละเอียดมากๆ ผมจะมาที่นี่
และทำให้ผมไม่ผิดหวังเลยก็ว่าได้เพราะมาที่นี่ทีไรผมมักจะต้องถ่ายเอกสารเนื้อหากลับบ้านประมาณเกือบ 100 แผ่นทั้งนั้น
ส่วนอีกห้องสมุดนึงก็คือห้องสมุดภาษาญี่ปุ่นที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
เนื่องจากทุกๆ วันเสาร์ผมจะเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นั่นและในห้องสมุดนั่นมีหนังสือที่สอนภาษาญี่ปุ่นมากมายให้เลือกอ่าน
เวลามาเรียนผมจึงต้องแวะห้องสมุดนี้สักชัวโมงเพื่อหาอะไรอ่านเล่น เพื่อเป็นการฝึกภาษาไปในตัวด้วย
ที่ผ่านมาเป็นเพียงเหตุการณ์ก่อนที่ผมจะเข้ามาเรียนบรรณารักษ์นะครับส่วนเรื่องราวที่ผมเรียนบรรณารักษ์วันหลังจะเล่าให้ฟังแล้วกัน
วันนี้ผมไม่ค่อยสบายเลยเขียนได้แค่นี้แหละ ตอนนี้เริ่มมึนๆ แล้วครับ
แล้วเพื่อนๆ หล่ะตอนเด็กๆ เคยมีความผูกพันกับห้องสมุดที่ไหนบ้างอย่าลืมเอามาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ

1 Comments