ข้านิยม ค่านิยม และฆ่านิยม

เห็นหัวข้อก็ไม่ต้องตกใจหรอกนะครับ
บังเอิญมันขึ้นมาอยู่ในหัวเอง
เลยกะจะเขียนเรื่องนี้สักหน่อย
จริงๆ จะเขียนเรื่อง ทำไมเด็กช่างกลชอบตีกันมันเป็นค่านิยมหรือ
แต่เอาเหอะมันก็เรื่องค่านิยมอยู่ดี อิอิ

หลังจากที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเพื่อนคงอ่านข่าว
เรื่องการรับน้องโหดของโรงเรียนช่างกลแห่งหนึ่งนะครับ
ที่ผมได้ฟังจากการสัมภาษณ์มันเป็นการรับน้องที่รุ่นน้องนั่งสายรถเมล์เดียวกัน
ที่รับโหดเพราะว่า ตอนที่คู่อรืมาตีมันโหดกว่านี้อีก
ผมนั่งอ่าน ดู ฟัง ก็ยิ่งงงว่าตกลง พ่อแม่ส่งให้ไปเรียนหรือไปเป็นนักรบกันแน่

ส่วนอีกเรื่องเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหน้าที่ทำงานผมก็มีเด็กช่างกลตีกันเหมือนกัน
แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอกนะครับ
จนวันนี้ที่นั่งรถเมล์มาทำงานนี่แหละ
รถเมล์คันนี้ที่ผมนั่งเป็นรถที่เกิดเหตุการณ์นี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
สภาพกระจกที่ร้าวก็ยังคงร้าวอยู่เหมือนเดิม
กระเป๋ารถเมล์คุยกับเพื่อนผู้โดยสารอีกคนเกี่ยวกับเรื่องนี้
โดยเล่าว่าเด็กช่างกล จากโรงเรียน ป. จำนวน 3 คนอยู่บนรถเมล์
พอรถเมล์คันนี้ขับผ่านโรงเรียนช่างกลอีกแห่ง ชื่อ ส.
ก็มีเด็กโรงเรียนช่างกล ส. จำนวนหนึ่งซึ่งถือว่าประมาณ 30 คน
ขึ้นมาตีและนอกจากนี้ยังมีการเขวี่ยงของขึ้นรถเมล์ทำให้กระจกแตกด้วย

ผลในวันนั้นทางรถเมล์ก็ได้ยื่นหนังสือเพื่อให้โรงเรียนทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
โดยคิดเป็นเงินแล้วจำนวน 5,000 บาท และแบ่งความรับผิดชอบดังนี้
โรงเรียนช่างกล ป. ชดใช้ 2,500 บาทและโรงเรียนช่างกล ส. ชดใช้ 2,500 บาทเท่ากัน
พอถึงกำหนดโรงเรียนช่างกล ป. ก็จ่ายค่าชดใช้ด้วยความรับผิดชอบที่ดีทั้งๆ ที่ไม่ได้ก่อเรื่อง
ส่วนโรงเรียนช่างกล ส. กลับมีการต่อรองขอชดใช้แค่ 1,000 บาท
และให้เหตุผลว่ามันเป็นเรื่องทางสังคมไม่เกี่ยวกับโรงเรียน

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รถเมล์สายนั้นเกิดคำถามมากมายว่า
ทำไมต้องอ้างนู้นอ้างนี่เพราะในเมื่อโรงเรียนช่างกล ส. เป็นต้นเหตุแท้ๆ

หลังจากวันนั้นกระเป๋ารถเมล์ได้เจอกับกลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้อีกครั้ง
จึงได้ทวงถามค่าชดใช้ ปรากฎว่าเด็กกลุ่มนั้นกลับบอกว่าจ่ายให้กับอาจารย์ที่โรงเรียนไปแล้ว
ตกลงมันเกิดอะไรต่อ ผมคงไม่ต้องอธิบายนะครับ

เรื่องค่านิยมของการตีกันในหมู่เด็กช่างกลมันมีมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ผมไม่เห็นว่ามันจะแก้ปัญหาได้สักที ทุกวันนี้มีเหยื่อที่โดนลูกหลงหลายคนแล้ว
ทำไมพวกคุณๆ ที่เป็นนักเรียนไม่คิดกันบ้าง
ตีกันเพราะอะไร มีใครบอกเหตุผลผมได้บ้าง

ตีกันเพราะว่าไม่ใช่โรงเรียนเดียวกัน
ตีกันเพราะว่ามันหาเรื่องผมก่อน มันตีผมก่อน
ตีกันเพราะว่ารุ่นพี่บอก

ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม มันฟังไม่ขึ้นเลยคุณว่าม่ะ
พ่อแม่ส่งให้มาเรียนกลับมารบ
พวกนี้มันน่าจะส่งไปภาคใต้ซะให้หมดนัก ดัดสันดานชั่วๆ สักหน่อย

ดังนั้นไม่ว่าจะ
เพราะว่าข้านิยม - นิยมที่จะตีกัน
เพราะว่ามันเป็นค่านิยม - ทำตามๆ กัน เลียนแบบกัน
เราเลยต้องฆ่านิยม - กำจัดมันออกไปจากสังคมของเราให้ได้
นี่แหละคือที่มาของ ข้านิยม ค่านิยม และฆ่านิยม

LeftHit.com

10 ความคิดเห็น

  1. พิชญ์ พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 1:36 am

    เพราะเขาไม่มีความนับถือในตนเอง คิดว่าตัวเองไม่มีดี
    จึงหาที่เกาะ ถ้าเป็นเก๊งเด็กเว้นก็ต้องเร็วกว่าใคร
    เด็กช่างกล xx ก็ต้องตีไอ้พวกช่างกล y
    จึงจะรู้สึกว่าเข้้มเข็ง เด่น มีสมัครพรรคพวก
    สังเกตุได้ว่าถ้าอยู่คนเดียวมันไม่ตีกันหรอก
    (ยกเว้นฝ่ายเรามาด้วย)
    วิธีแก้คือ หากิจกรรมอย่างอื่นให้เขามีที่ยืนในสังคม
    ใส่ค่านิยมดีๆ ให้ซะ

  2. Nuna พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 1:50 am

    เฮ้ย…น่าหนักใจแทนคุณพ่อ คุณแม่ เสียจริงๆ คงไม่มีผุ้ปกครองคนไหนต้องการส่งลูกหลานให้ไปเรียน เพื่อกลายเป็นคนเลวอ่ะนะ แปลกนะ บางทีการศึกษาไม่ได้ช่วยพัฒนาทางด้านความคิด (คิดดี) IQ สูง EQ ต่ำ มันก็แย่หน่อยนะสังคม แต่ที่แน่เรามองโลกในแง่ดี ดีกว่า ยังมีเด็กช่างกลอีกมายที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อีกทั้งเทคโนโลยีใหม่ให้คนไทยได้ใช้กันอ่ะนะ ส่วนคนเลว เชื่อว่ากรรมชั่วที่ทำ เขาก็คงได้รับผลกรรมแน่นอน ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่ หรือตายจากโลกนี้ไป…ฉันเชื่อเช่นนั้น และสนับสนุนให้ทุกคนทำความดี

  3. Takumi พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 1:53 am

    ส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยกับพิชญ์เรื่องค่านิยมที่ดีนะ เพราะพวกนี้โดนทำให้คิดและรู้สึกว่าพวกมากคือสิ่งที่ดีและถูกต้อง มีเพื่อนเมื่อไหร่ไปไหนไปกัน ขอให้ได้ทำซ่าเหอะ
    ใช่เลยพิชญ์ อยู่คนเดียว มันก็ไม่ทำไม่กล้า
    ว่าแต่จะหาหรือปลูกฝังค่านิยมดีๆอะไรให้พวกมันล่ะ
    เดี๋ยวจะไปเป็นวิทยากรให้ อิอิ….ไปด้วยกันมั้ยจ๊ะ ชวนวายด้วยละกัน
    (บรึ๋ยๆๆๆๆ)

  4. Haleluya พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 2:28 am

    ผมขอเพื่ออีกซักหัวข้อ อีกเหตุผลของการตีกัน มันเป็นการแสดงออกของวัยรุ่น ในช่วงระยะเวลาของอายุ เพื่อให้คนคิดว่า ตัวเองนั่น เท่ห์ว่ะ เจ๋งว่ะ และบางเหตุการณ์ ก้ออาจจะมีเรื่องผู้หยิงเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนชื่อของสถาบันนั้น ก้อเป็นส่วนสนับสนุนภายในจิตใจ ที่แบบว่า สถาบันที่ตัวเองอยู่นั้น จาโดนดูถูก โดยหยามมิได้ แล้วก้อสรุปสุดท้าย ก้อแสดงออก ด้วยการใช้กำลังกัน สมัยก่อนอาจจะให้แค่ มีด กันธรรมดา แต่ต่อมายิ่งรุนแรงกันขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออาวุธมันสามารถหากันมาได้ง่ายๆ หรือทำขึ้นมากันเองได้ พอตอนนี้เมื่อมีตีกันเมื่อไร ก้ออาจจะต้องมีคนตายกันไปข้าง ถึงจะหยุดกัน เฮ้อ ทำไมมันไม่ เป่ายิ้งฉุบ กันว่ะ ทำไมต้องมาตี มาต่อยกันด้วย แค่เนี้ยแหละคับที่อยากระบาย เพราะเจอตีกันมาเยอะ เกือบโดนลูกหลงไปหลายที โดยเฉพาะตรงดาวคนอง ช่างกล xxx ชอบไปยืนรอรถป้ายนั้นอ่ะ

  5. eed พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 3:06 am

    ก้อนะไอ้พวกที่ชอบตีกานมานเปงพวกเดกเวรไง วันๆๆเค้าส่งให้ไปเรียนไม่เรียนกลับไปตีกัน สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม นี่ล่ะหนาวันรุ่นไทย แทนที่จะตีกานหันมาสามัคกันทั้งสอง โรงเรียนหนอ สังคตมจะได้สงบสุขง่ะ

  6. วู้ พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 3:09 am

    เมืองนอกเค้ามีเหยีดสีผิว เมื่องไทยมีแบ่งสถาบัน เวร!!!

  7. ชายขอบ พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 2:03 pm

    มาเยี่ยมครับ
    เรื่องนี้สำหรับผมแล้ว เหตุผลที่ได้สนใจเพราะผมมองว่าสังคมต้องลุกขึ้นมากจัดการเชิงป้องกันครับ และไม่น่าจะเป็นเพียง National Agenda ครับ ต้องระดับ Global Agenda เรื่องเหล่านี้เป็นความกร้าว (Furious) ถึงก้าวร้าว (Aggressive) และพัฒนาเป็นขั้นใช้ความรุนแรง (Violence)กันมากแล้ว เจ็บปวดกันถ้วนหน้าเลยครับ นับแต่ 11/9 สงครามในอีรักที่คำทำเรียกตัวเองว่าไปปลดปล่อย แต่ไปทำล้ายล้างเช่นกัน มาถึงใกล้ ๆ ก็ ชายแดนใต้บ้านเรา
    ด้วยความรักและเคารพกันนะครับ

  8. mimd พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 3:42 pm

    “เรื่องการรับน้องโหดของโรงเรียนช่างกลแห่งหนึ่งนะครับ” ขออนุญาติหน่อยนะครับ
    จริงๆแล้วเป็น “โรงเรียนอาชีวะที่สอนศิลปะ” ครับ ผมเองก็เป็นศิษย์เก่าที่นั้น แต่ก็ไม่เห็น
    จะต้องไปทำตามค่านิยมแบบนั้นเลย โง่จริงๆ..(ขอด่าหน่อย..ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่..จริงๆอายนะครับเนี่ย…!!)

    สงสารพ่อ-แม่เค้าจริงๆ สมัยผมเรียน ไม่เห็นจะต้องตามไอ้ “ค่านิยม” แบบนี้เลย ผมก็เรียนบ้าง เล่นบ้าง แต่ก็เน้นเรียนเป็นหลัก สงสารพ่อ-แม่ที่ส่งเรียน และอีกอย่าง คงชอบและรักที่จะเรียนแนวๆนี้ (อยากเป็น Designer!!ว่างั้นเถอะ..)

    สรุปว่า เห็นชอบ และ เห็นด้วย กับ “ฆ่านิยม”

  9. wewalker พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 5:25 pm

    ยกคำตอบบางส่วนที่ตอบคุณไว้ที่โรงเีตี๊ยมมาที่นี่นะคะ

    สวัสดีค่ะคุณ projectlib

    เด็กสมัยนี้ ชีวิตเขาสำเร็จรูปเกินไปหรือเปล่า
    เค้าไม่เคยต้องลำบากไงคะ ชิวิตเค้าสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับมากมาย
    อยากได้อะไรก็ได้มาอย่างง่าย ๆ
    สื่อสารพัดเข้าถึงพร้อมไปหมด ทีวี อินเตอร์เน็ท เกมส์ออนไลน์
    ซึ่งถ้าเด็กไม่มีภูมิต้านทานเค้าก็พร้อมจะซึมซับความก้าวร้าวไดุ้ทุกรูปแบบ
    แต่น่าแปลกนะคะ สิ่งที่ควรจะได้ัรับเป็นอันดับหนึ่งกลับขาด อย่างหนังสือนี่ไงคะ
    หนังสือดีๆ ราคาแพง จนมันหยิบจับแตะ้ต้องได้ยาก
    ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีใครมาทำให้ราคาหนังสือถูกลง แข่งกับ CD โป๊ที่หาซึ้อกันได้ง่าย ๆ เสียทีนะ
    ถ้าเราปลูกฝังให้เด็กรักการอ่าน หาหนังสือดี ๆ ให้เขาอ่าน
    คงจะทำให้เขามีภูมิต้านทาน รู้สึกได้ คิดได้

    การอ่านหนังสือทำให้เด็กได้ฝึกสมาธิ รู้จักการตามความคิด ความรุ้สึกของตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัวเลย
    เห็นด้วยไม่เห็นด้วย สิ่งดีสิ่งเลวในหนังสือ เค้าก็รับรู้ได้ ด้วยจิตใต้สำนึกของเค้าเอง

    แต่สมัยนี้วัตถุนิยมครอบงำเด็กมาก ๆ อาการไม่ได้ดังใจแล้วอารมณ์รุนแรงควบคุมตัวเองไม่ได้นี่
    มันระบาดไปทั่วจนน่าเป็นห่วงจริงค่ะ
    ข่าวในระยะนี้ มีแต่อาชญากรรมที่เกิดจากวัยรุ่นทั้งนั้นเลย

  10. projectlib พูดว่า,

    กันยายน 28, 2007 ที่ 5:49 pm

    เห็นด้วยกับสิ่งที่ทุกคนเขียนนะครับ
    ประเด็นมันอยู่ที่ว่าการหากิจกรรมให้เด็กเหล่านี้ทำ
    เพื่อใช้เวลาอย่างคุ้มค่า จะทำให้เด็กมีค่านิยมที่เอาดีทางกิจกรรมดีๆ
    มากกว่าไปทำร้ายสังคมอย่างนี้

เขียนความคิดเห็น