สุดยอดต้นคริสต์มาสแห่งปี 2551 + สวัสดีปีใหม่ 2551

หลังจากที่ตระเวนชมงานประดับไฟย่านราชประสงค์ครบแล้ว
วันนี้วันสิ้นปี ก่อนถึงวันปีใหม่ 2551 ผมก็ขอนำรูป
สุดยอดต้นคริสต์มาส แห่ง Siam Discovery, Siam Center, Siam Paragon, Central World
ซึ่งเป็นสุดยอดต้นคริสต์มาสแห่งปี 2551 กันจริงๆ
ไปดูกันเลยดีกว่านะครับ

———————————————————————————————-
1. ต้นคริสต์มาส แห่ง Siam Discovery

 dsc00477.jpg

สุดยอดต้นคริสต์มาสประดิษฐ์จากขวดพลาสติกใส ที่เป็นวัสดุเหลือใช้ ภายในใช้หลอดไฟที่ประหยัดพลังงานด้วยนะจ้ะ ตั้งอยู่หน้าห้างสยามดิสคัพเวอรี่

2. ต้นคริสต์มาส แห่ง Siam Center

 dsc00467.jpg

สุดยอดต้นคริสต์มาสดีไซน์สะดุดตา ตกแต่งไม่ซ้ำใคร และร่วมรณรงค์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้กระดาษรีไซเคิลโทนสีขาวดำ ที่หน้าห้างสยามเซ็นเตอร์

3. ต้นคริสต์มาส แห่ง Siam Paragon

 dsc00395.jpg

สุดยอดต้นคริสมาสต์ที่ทำด้วยผลึกแก้ว คริสตัลขนาดใหญ่ที่สุด สูงถึง 20 เมตร ด้วยงบลงทุน 10 ล้านบาท ที่ลานน้ำพุ สยามพารากอน

4. ต้นคริสต์มาส แห่ง Central world

 dsc00344.jpg

สุดยอดต้นคริสมาสต์ที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ น่าประทับใจจริงๆ เลยใช่มั้ยครับ สำหรับวันนี้วัน count down 2008 เพื่อนๆ ไปกันที่ไหน อย่าลืมเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างหล่ะครับ สุดท้ายนี้ขอนับล่วงหน้าเลยแล้วกัน 10…9…8…7…6…5…4…3…2…1…0 สวัสดีปีใหม่ 2551 คร้าบ

LeftHit.com

33 เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ (ตอนที่ 3)

หลังจากที่เขียน 33 เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ (ตอนที่ 1)
และ 33 เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ (ตอนที่ 2)
ผมว่าไม่อยากให้เพื่อนรอช้าเลยเขียน 33 เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ (ตอนที่ 3) เลยดีกว่า

ติดตามต่อในสาเหตุข้อที่ 23 - 33 ของ เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ ต่อกันเลย

23. The internet is a mess
- อินเทอร์เน็ตคือความยุ่งเหยิง - ครับแน่นอนว่าอินเทอร์เน็ตคงไม่มานั่งจัดหมวดหมู่ หรือ หัวเรื่องเหมือนห้องสมุดหรอกครับ อิอิ

24. The internet is subject to manipulation
- อินเทอร์เน็ตมีหัวเรื่องที่เกิดจากการผสมผสานหลากหลาย วิธีนึงใน web 2.0 ก็คือ การใช้ Tag clould เข้ามากำหนดความนิยมของหัวเรื่อง ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีการ spam tag กันมากขึ้นจึงทำให้เนื้อหาที่ได้มาบางครั้งไม่ตรงกับจุดประสงค์ของเรา

25. Libraries’ collections employ a well-formulated system of citation
- ห้องสมุดมีระบบการจัดการที่เป็นระบบมากกว่าบนอินเทอร์เน็ต จาก 2 ข้อด้านบน คงพิสูจน์แล้ว

26. It can be hard to isolate concise information on the internet
- มันยากที่จะแยกข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกจากกันในอินเทอร์เน็ต สังเกตได้จากแต่ละเว็บไซต์จะมีการเชื่อมโยงจนบางครั้งข้อมูลในหลากหลายมากเกินไป จนเราไม่สามารถที่จะพิจารณาว่าจะเชื่อข้อมูลจากที่ไหน

27. Libraries can preserve the book experience
- ห้องสมุดสามารถอนุรักษ์หนังสือได้อย่างมีประสบการณ์ช่ำชอง อันนี้คงไม่มีใครเถียงนะครับ แต่อย่างที่เคยเขียนไปคือห้องสมุดอาจจะเปลี่ยนบทบาทเป็นพิพิธภัณฑ์หนังสือก็ได้

28. Libraries are stable while the web is transient
- ห้องสมุดเป็นอะไรที่เก็บข้อมูลได้มั่นคง แต่อินเทอร์เน็ตเก็บอะไรชั่วคราว - เห็นด้วยนะครับเพราะว่าบางครั้งพอเราค้นอะไรในอินเทอร์เน็ตวันนี้อาจจะเจอแต่พอวันรุ่งขึ้นผลการค้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง

29. Libraries can be surprisingly helpful for news collections and archives
- ห้องสมุดสามารถสร้างประโยชน์ในการสร้าง collection ใหม่ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ - ความสามารถดังกล่าวมาจากห้องสมุดเฉพาะ เพราะว่าห้องสมุดเหล่านี้จะเน้น collection พิเศษที่เกี่ยวกับตัวเอง รวมถึงถ้า collection นั้นยังไม่มีห้องสมุดไหนเคยทำ องค์กรที่เกี่ยวข้องก็จะสนับสนุนในการจัดการห้องสมุดสาขาวิชานั้นๆ

30. Not everyone has access to the internet
- ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ เนื่องจากข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น การติดต่อในอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องมีอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อ, จุดกระจายสัญญาณเครือข่าย, สถานที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต

31. Not everyone can afford books
- ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีหนังสือ - อธิบายง่ายๆ ว่า บางคนก็ไม่สามารถเป็นเจ้าของหนังสือได้ ดังนั้นแล้วคนเหล่านั้นจะอ่านความรู้ต่างๆ ได้อย่างไร ห้องสมุดจึงเป็นตัวช่วยให้คนสามารถเป็นเจ้าของหนงสือได้ร่วมกัน

32. Libraries are a stopgap to anti-intellectualism
- ห้องสมุดช่วยหยุดช่องว่างของความไม่มีความรู้ - พูดง่ายๆ ว่าห้องสมุดช่วยสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า

33. Old books are valuable
- ในยุคที่ใกล้เข้าสู่โลกดิจิทัล เกิดไอเดียใหม่สำหรับห้องสมุด นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์หนังสือ(book museum) เพราะว่าหนังสือรุ่นใหม่ๆ จะอยู่ในรูปดิจิทัล ส่วนหนังสือเก่าที่ทรงคุณค่าก็เก็บไว้ใส่พิพิธภัณฑ์แทน

เป็นอย่างไรบ้างครับ จบตอนกันสักที

จุดประสงค์ที่เอามาให้อ่านไม่ใช่ว่าอาชีพอย่างเราจะอยู่อย่างเป็นนิรันดร์นะครับ
แต่ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านกันจริงๆ บรรณารักษ์จะเปลี่ยนบทบาทการทำงาน
รวมถึงห้องสมุดก็เปลี่ยนบทบาทและรูปแบบในการให้บริการ
ที่เด่นๆ ก็เห็นจะเป็น จากห้องสมุดทางกายภาพจะกลายเป็นห้องสมุดเสมือน
รวมถึงสื่อต่างๆ จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแบบดิจิทัลมากขึ้นนะครับ

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณที่ติดตามจนจบ ทั้งสามตอน อิอิ

LeftHit.com

33 เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ (ตอนที่ 2)

วันก่อนเราพูดถึงเหตุผลข้อที่ 1 - 11 ของ ความสำคัญของบรรณารักษ์และห้องสมุดไปแล้ว
http://projectlib.wordpress.com/2007/12/29/library-librarian-important-1/

วันนี้เรามาว่ากันต่อถึงเรื่องเหตุผลในข้อที่ 12 - 22 นะครับ

12. Library attendance isn’t falling – it’s just more virtual now
- การเข้าใช้ห้องสมุดไม่ได้มียอดที่ลดลง แต่มีการเข้าใช้ทางเว็บไซต์ห้องสมุดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะห้องสมุดสถาบันการศึกษา

13. Like businesses, digital libraries still need human staffing
- เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ ห้องสมุดดิจิทัลก็ยังคงต้องใช้คนในการจัดการและดำเนินงานอยู่ดี

14. We just can’t count on physical libraries disappearing
- เราไม่สามารถนับจำนวนการสูญเสียของทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุดทางกายภาพได้ - เพราะเนื่องจากการปรับเปลี่ยนจากสิ่งพิมพ์ทางกายภาพเป็นสานสนเทศดิจิทัลมมีค่าเท่ากัน ดังนั้นการที่ห้องสมุดสูญเสียหนังสือที่เป็นเล่ม แต่ได้มาซึ่งสารสนเทศดิจิตอลจึงเป็นสิ่งที่แทนกันได้ และไม่ได้เรียกว่าสูญเสีย

15. Google Book Search “don’t work”
- แค่หัวข้อคงไม่ต้องบรรยายแล้วหล่ะครับ ตรงไปตรงมาดี เพราะว่า Google Book Search ทำงานไม่ดีพอ

16. Physical libraries can adapt to cultural change
- ห้องสมุดที่เป็นกายภาพสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงได้

17. Physical libraries are adapting to cultural change
- จากข้อ 16 เมื่อสามารถทำได้ ดังนั้นห้องสมุดทางกายภาพจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการตลอดเวลาเพื่อ ปรับตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรม

18. Eliminating libraries would cut short an important process of cultural evolution
- การที่เรากำจัดห้องสมุดถือว่าเป็นการตัดกระบวนการทางสังคมออก - ห้องสมุดถือว่าเป็นสถานที่แห่งหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมในการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งความรู้ ดังนั้นการตัดความสำคัญของห้องสมุดก็เท่ากับว่าเราตัดความสำคัญทางการศึกษาออกด้วย

19. The internet isn’t DIY
- อินเทอร์เน็ตไม่ใช่คุณเองก็ทำได้ - ต้องยอมรับอย่างนึงว่าอินเทอร์เน็ตเกิดเพราะคุณ แต่เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเราไม่สามารถกำหนดหรือสั่งการมันได้ เช่น search engine ที่มันทำงานได้เพราะว่าโปรแกรมในบางครั้งการค้นหาที่มีความหมายแบบขั้นลึกโปรแกรมก็ไม่สามารถค้นหาให้ได้เหมือนกัน เอาตรงๆ ก็คือ เวลาค้นกับ search engine มันจะได้คำตอบตรงๆ และตายตัว อยากรู้อย่างอื่นเพิ่มเติมก็ต้องค้นใหม่ แต่ถ้าเป็นบรรณารักษ์ในการตอบคำถาม คำตอบที่ได้มาจะเน้นไปในแนวทางความรู้สึกซึ่งผู้ใช้สามารถค้นได้ง่ายกว่า

20. Wisdom of crowds is untrustworthy, because of the tipping point
- ความรอบรู้ของอินเทอร์เน็ตยังไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากการแพร่กระจายอาจจะนำมาซึ่งภาวะของข่าวลือ

21. Librarians are the irreplaceable counterparts to web moderators
- บรรณารักษ์ไม่สามารถเปลี่ยนจากคนนั่ง counter เป็น web moderators - ถึงแม้ว่าห้องสมุดจะกลายเป็นห้องสมุดดิจิทัลแต่ก็ต้องมีบรรณารักษ์คอยจัดการ content เนื้อหาอยู่ดี

22. Unlike moderators, librarians must straddle the line between libraries and the internet
- บรรณารักษ์เป็นคนช่วยประสานช่องหว่างระหว่างห้องสมุดกับอินเทอร์เน็ต
ครับนี่ก็คือเหตุผลข้อที่ 12 - 22 นะครับ สำหรับ 11 ข้อสุดท้ายอย่าลืมติมตามอ่านวันพรุ่งนี้ครับ

LeftHit.com

33 เหตุผลที่บรรณารักษ์กับห้องสมุดยังมีความสำคัญ (ตอนที่ 1)

วันนี้ได้อ่านบทความเรื่อง
33 Reasons Why Libraries and Librarians are Still Extremely Important

นับเป็นบทความที่น่าสนใจมาก เลยอยากเอามาเล่าให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน
บทความเรื่องนี้สะท้อนถึงสาเหตุ ที่ทำให้บทบาทของอินเทอร์เน็ต ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ห้องสมุดได้
รวมถึงเครื่องมือสืบค้น ก็ไม่สามารถแทนที่บรรณารักษ์ได้เช่นกัน
ทั้งๆ ที่การทำนาย และแนวโน้มในอนาคตสื่อดิจิทัลจะมาแทนสื่อสิ่งพิมพ์ก็จริง
แล้วทำไมบทบาทของห้องสมุดและบรรณารักษ์ยังคงอยู่
จะเป็นอย่างไรไปติดตามได้เลยครับ

อ๋อ!!! เนื่องด้วย มี 33 เหตุผล เพื่อให้ง่ายต่อการเขียนผมจึงขอแยกออกเป็น 3 ตอนแล้วกัน
เพื่อให้เพื่อนๆ สะดวกในการอ่าน โดยตอนที่หนึ่งนี้ผมจะเขียนสาเหตุข้อที่ 1 - 11
ตอนที่สองผมจะเขียนสาเหตุข้อที่ 12 - 22 และตอนที่สามผมจะเขียนสาเหตุข้อที่ 23 - 33
สรุปง่ายๆ ตอนละ 11 ข้อ ตามอ่านกันดูแล้วกันนะครับ

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มข้อที่ 1 - 11 กันดีกว่า

1. Not everything is available on the internet
อินเทอร์เน็ตไม่ได้มีทุกอย่าง - แม้ว่าข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจะมีมหาศาลเพียงใด แต่ในบางเรื่องเราก็ไม่สามารถค้นบนอินเทอร์เน็ตได้ เช่น เอกสารทางด้านปะวัติศาสตร์ หรือหนังสือเก่าๆ บางเล่มที่เราอยากอ่าน แต่ก็ไม่สามารถค้นได้ในอินเทอร์เน็ต

2. Digital libraries are not the internet
ห้องสมุดดิจิทัลไม่ใช่อินเทอร์เน็ต - อันนี้เกิดจากความเข้าใจผิดของคนบางกลุ่มที่บอกว่า อินเทอร์เน็ตคือห้องสมุดดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเด็นนี้เค้าเปรียบเทียบว่าบนอินเทอร์เน็ตมีการจัดเก็บ Web Sources แต่ห้องสมุดดิจิทัลมีการจัดเก็บแบบ Online Collections

3. The internet isn’t free
หนังสือบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ฟรีอย่างที่คิด - ในบางครั้งที่เราเข้าไปดูคลังหนังสือออนไลน์ที่บอกว่าฟรี ไม่เสียค่าบริการ ความเป็นจริงแล้วเว็บเหล่านี้ฟรีเฉพาะเอาหนังสือมาฝากไว้บนเว็บให้คนอื่นโหลด แต่คนที่โหลดหนังสือเหล่านี้นั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องความใช้จ่ายในการดาวน์โหลด ยกตัวอย่างเช่น Project Gutenberg ที่รวบรวมหนังสือมากมายไว้ แต่พอจะดาวน์โหลดก็ต้องเสียเงินอยู่ดี

4. The internet complements libraries, but it doesn’t replace them
อินเทอร์เน็ตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของห้องสมุดที่ควรจะมี แต่ก็ไม่สามารถแทนที่ได้ สาเหตุคล้ายๆ ข้อ 2 เพราะว่าสารสนเทศที่จัดเก็บเป็นคนละรูปแบบ เช่น ความจริง ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ

5. School Libraries and Librarians Improve Student Test Scores
ห้องสมุดทางการศึกษาและบรรณารักษ์ที่ทำงานในห้องสมุดทางการศึกษามีส่วนช่วยให้เด็กเรียนดีขึ้น - อันนี้ได้มาจากการศึกษากรณีตัวอย่างเรื่องการใช้ห้องสมุดเพื่อพัฒนาการศึกษาของ Illinois School Libraries

6. Digitization Doesn’t Mean Destruction
การปรับรูปแบบเป็นดิจิทัลไม่ได้หมายความว่าจะต้องลดภาระงาน - มีกรณีศึกษาเกี่ยวกับ Google Book Search ที่ทาง google เองในช่วงแรกพัฒนาเองแต่ก็เกิดความผิดพลาดหลายส่วน จนต้องดึงห้องสมุดหลายๆ ที่เพื่อเข้ามาปรับปรุงและเป็นที่ปรึกษาเรื่องการสืบค้นสารสนเทศ เนื่องจาก google มีความชำนาญเรื่องการใช้โปรแกรมในการค้นหาเว็บ แต่ในกรณีหนังสือ Google Book Search นั่นเอง

7. In fact, digitization means survival
ความเป็นจริงแล้วการปรับรูปแบบเป็นดิจิทัลจะเน้นไปในความหมายของการรักษาสารสนเทศให้อยู่ได้นาน - มีกรณีศึกษาจากเรื่อง libraries destroyed by Hurricane Katrina เนื่องจากห้องสมุดแห่งนี้ถูกทำลายโดยภัยธรรมชาติซึ่งแน่นอนว่าห้ามกันไม่ได้ ดังนั้นจากข้อ 6 ความหมายที่แท้จริงของการทำข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอลจึงหมายถึงการช่วยชีวิตสารสนเทศไว้นั่นเอง เพราะถ้าข้อมูลอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเกิดภัยอะไรก็ตามข้อมูลก็จะดำรงคงอยู่ไม่ถูกทำลายง่ายๆ แน่นอน

8. Digitization is going to take a while. A long while.
การปรับรูปแบบเป็นดิจิทัลใช้เวลาปรับนิดเดียวแต่ยาวนาน - เหมือนขัดๆ กันอยู่ใช่มั้ยครับ จริงๆ แล้วอยากที่รู้ว่าการปรับรูปแบบเป็นดิจิทัลไม่ยากครับก็คือการสแกนตัวหนังสือลงไปในคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้เวลานิดเดียว แต่จำนวนของหนังสือที่มีมากมายมหาศาล ดังนั้นการปรับข้อมูลทุกอย่างให้เป็นดิจิทัลคงต้องใช้เวลาหลายสิบปีเลยครับ

9. Libraries aren’t just books
ห้องสมุดไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่เก็บหนังสืออย่างเดียว - ในห้องสมุดไม่ได้มีสารสนเทศประเภทหนังสือเพียงอย่างเดียวนะครับ ความรู้ในการประกอบวิชาชีพ ทักษะในการทำงาน บริการตอบคำถาม เหล่านี้ถือว่าเป็นสารสนเทศที่มีคุณค่าอีกลักษณะหนึ่ง ลองนกภาพตามนะครับว่า ความรู้จากตำรา กับความรู้จากทักษะอย่างไหนน่าจะช่วยเพื่อนๆ ในการทำงานมากกว่ากัน เอาตัวอย่างใกล้ตัวดีกว่า เช่นหนังสือตำราเรียนวิชาบรรณารักษศาสตร์เบื้องต้น กับบล็อกนี้แล้วกัน อิอิ

10. Mobile devices aren’t the end of books, or libraries
อุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ไม่ได้เป็นจุดที่สิ้นสุดของหนังสือ และห้องสมุด - เนื่องจากอุปกรณ์พวกนี้ก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เช่น มีคือ kindle ของ amazon สามารถดู E-book ได้ก็จริง แต่อุปกรณ์เหล่านี้มีข้อจำกัด เช่น ราคา, เวลาในการใช้งาน, หนังสือที่ต้องโหลดเข้ามา, และอื่นๆ อีกมากมาย เห็นมั้ยหล่ะครับ อุปกรณ์พวกนี้ไม่สามารถแทนห้องสมุดได้ยังไง

11. The hype might really just be hype
การผสมผสานมันก็แค่ผสมผสาน - มีการพูดถึงความเป็น paper book กับ E-book ว่าโลกนี้จะไม่มี paper book คงไม่ได้เพราะว่าคนยังเคยชินกับความรู้สึกในการใช้กระดาษมากกว่าการใช้อุปกรณ์ตัวเล็กไว้สำหรับอ่าน ดังนั้นหากทั้งสองสามารถรวมกันได้ ก็ควรจะรวมกัน ไม่ใช่ว่าพอ E-book มาก็ยกเลิก paper book ทิ้ง มันก็อาจจะทำให้ดูไม่ดีก็ได

อิอิ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ตอนที่ 1 ข้อ 1 - 11
เริ่มอยากอ่านกันอีกหรือปล่าว เอาเป็นว่าไว้คอยติดตามในตอนที่ 2 นะครับ

LeftHit.com

บล็อกเล่าเรื่องบรรณารักษ์ 365 วัน ร่วม สวัสดีปีใหม่ 2551

ช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว เลยคิดว่าเพื่อนๆ หลายๆ คน
คงต้องการหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเทศกาลปีปีใหม่
ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลประวัติวันปีใหม่  การ์ดอวยพรปีใหม่ ของขวัญวันปีใหม่
ปฏิทิน 2551 และสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่

วันนี้ผมเลยขออาสารวบรวมเว็บไซต์ข้อมูลเหล่านั้นให้เพื่อนๆ เอง

เป็นยังไงกันบ้างครั้ง บริการข้อมูลอ้างอิงข้อมูลจาก projectlib
คงพอจะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอสวัสดีปีใหม่ 2551 ให้เพื่อนๆ ผู้อ่านทุกคนนะครับ
คิดสิ่งใดก็ได้สมดังปรารถนา สุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยเบียดเบียน
เงินทองไหลมาเทมา อุปสรรคจะผ่านพ้นทุกปัญหา
Happy new year 2008 - Y Projectlib

LeftHit.com

11 สุดยอด Web Application ปี 2007

ตามคำเรียกร้องของเพื่อนๆ ที่อยากอ่านเกี่ยวกับ Web App.
วันก่อนที่เขียนเรื่อง WebOS - เผยโฉม​ Web-Based Destops 21 ​ตัวที่น่าสนใจ
มาวันนี้ขอกล่าวถึงเรื่องที่มีความเกี่ยวกัน
นั่นก็คือ มี OS บน เว็บแล้ว อาจจะยังทำงานได้ไม่พอ
วันนี้เลยขอแถมด้วย Application ที่ใช้บนเว็บบ้าง หรือที่เรารู้จักกันในนาม Web App.

ขออ้างอิงบทความจาก Lifehack เช่นเดิม
ชื่อบทความว่า 11 Top New Web Apps of 2007

คำจำกัดความของ Web Application (จาก Wikipedia)
“เว็บแอปพลิเคชัน (Web application) คือแอปพลิเคชันที่เข้าถึงด้วยเว็บเบราว์เซอร์ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่าง อินเทอร์เน็ต หรือ อินทราเน็ต”

เริ่มเข้าเรื่องเลยแล้วกันว่า 11 Web App. ที่ว่ามีอะไรบ้าง

 

1. bubbl.us
- เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้าง Mindmap โดยทำงานบน Flash เราสามารถ Export file ออกมาในรูปแบบที่เป็นไฟล์ ภาพหรือไฟล์ html ก็ได้

 

2. Buzzword
- ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น word นั่นก็คือความสามารถของ Web app. นี้ สรุปก็คือ online word processor นั่นเอง และโดยทั่วไป Web app. นี้ ทำงานบน Flash

 

3. Empressr
- เป็น App. ที่ใช้สำหรับสร้างภาพแบบ Slideshows แนวนอนว่า มันคือโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างงาน presentation (เอามาใช้แทน powerpoint ครับ)

 

4. Highrise
- เป็น ชุดโปรแกรมบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ CRM(customer relations manager) Web App. รวม Web app. ซึ่งใช้การจัดการบริหารธุรกิจถึง 37 โปรแกรม ผ่าน web brower 

 

5. Jott
- เป็น Web app. ที่ใช้ในการทำบันทึกให้กับตัวเอง ดดยการบันทึกเป็นเสียง แล้วนำไปจัดเก็บลงในปฏิทินออนไลน์ ซึ่งเราสามารถเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ 

 

6. Mint
- เป็น Web app. ที่ใช้ในการจัดการบริหารการเงินด้วยตัวของคุณเองผ่านระบบออนไลน์ (Online money management) ซึ่งโปรแกรมนี้ก็ได้รับการยกย่องว่า ติดอันดับใน TechCrunch40 Top Company Award เพราะว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี

 

7. Nozbe
- เป็น Web app. สำหรับ project management ทำหน้าที่บริหารจัดการ project ต่างๆ ขั้นตอนในการทำ Project ลำดับงาน เหมาะสำหรับบรรดา project manager ทั้งหลาย

 

8. Sandy
- เป็น Web app. ผู้ช่วยส่วนตัวในการจัดการเรื่องอีเมล์ ด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น “Remind me to call John Smith at 8am tomorrow” ระบบก็จะเตือนเราทางอีเมล์ในวันพรุ่งนี้ 8 โมง ให้เราโทรไปหา John Smith

 

9. Scrybe
- เป็น Web app. ที่มีการรวมกันระหว่างปฏิทิน กับระบบแจ้งอีเม, ทำให้เราสามารถสร้างตารางนัดหมายผ่านระบบออนไลน์ และแจ้งเตือนบุคคลที่เกี่ยวข้องทางอีเมล์ได้ด้วย

 

10. Todoist
- มีลักษณะการทำงานที่คล้าย Nozbe แต่จะเน้นไปในแนวทางที่เป็นการวางแผนใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า

 

11. Vitalist
- มีลักษณะคล้าย Nozbe และ Todoist  เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน (Getting Things Done (GTD))
 

เป็นยังไงบ้างครับ ถูกใจกันหรือปล่าว
Web app. นี้ ในอนาคตผมคิดว่า มันคงจะมีบทบาทมากกว่านี้อย่างแน่นอนครับ

LeftHit.com

ยกเลิกผล Vote ห้องสมุดในดวงใจ กับ รางวัลของห้องสมุด

สาเหตุที่ยกเลิก เนื่องจาก

1. เพื่อนๆ แต่ละคนโหวตน้อยเกินไป คะแนนโหวต ทั้งในเว็บ อีเมล์ และแบบสอบถามส่วนหนึ่งที่แจก
ตอนนี้รวมได้ไม่ถึง 30 คำตอบเลยครับ ซึ่งเป้าที่ผมตั้งไว้สัก 50 กำลังดี แต่เมื่อผลไม่ถึงก็กลัวว่าจะวัดผลไม่เพียงพอ

2. เพื่อนๆ ส่วนใหญ่เข้าข้างห้องสมุดของสถาบันตัวเอง
สังเกตได้จากผู้ที่ตอบความคิดเห็น มักจะตอบ ห้องสมุดที่ทำงาน ไม่ก็ห้องสมุดตอนที่เรียน
ซึ่งเพื่อนๆ ยังไม่ได้เปิดใจรับห้องสมุดอื่นๆ ทำให้ผลออกมาเอียงไปในแนวทางที่ผิด

3. จากแบบสอบถามที่แจกข้อมูลยังไม่กระจายตัว
ผลที่เก็บมาได้เลยกลายเป็นว่าคำตอบออกมาเหมือนๆ กัน
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับข้อ 2 ที่กล่าว เพราะว่าแบบสอบถามแจกที่ไหน
เพื่อนๆ ก็ตอบห้องสมุดที่นั่นกัน

เอาเป็นว่าสาเหตุเพียงเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการยกเลิกผลได้แล้วนะครับ
ไม่อยากจะทำให้เกิดความแตกแยกไปมากกว่านี้
เพราะว่าถ้าผมเอาห้องสมุดที่ชนะมา เพื่อนบางส่วนก็อาจจะหาว่าผมลำเอียงไปเอง

ซึ่งถ้าเกิดประเด็นเช่นนั้นผมก็คงรับไม่ได้
เอาเป็นว่ายอมที่จะยกเลิกตอนนี้เพื่อ ทุกฝ่ายแล้วกัน

สำหรับผมแล้ว ทุกห้องสมุดมีจุดเด่นที่ต่างฝ่ายต่างมีเป็นของตัวเอง
เช่น ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาก็จะเน้นไปในแนวทางความรู้ทางวิชาการทางการศึกษา
ห้องสมุดเฉพาะทางก็เด่นด้านความรู้เฉพาะทาง
ห้องสมุดประชาชนก็เด่นทางด้านการเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน
และห้องสมุดอีกหลายๆ แบบ ได้ว่าจะเป็น ศูนย์การเรียนรู้, ห้องสมุดมีชีวิต, ห้องสมุดดิจิทัล
ทุกห้องสมุดมีดีไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่าผมคงต้องให้รางวัลทุกห้องสมุดเลยแล้วกัน

สุดท้ายนี้ ขอบคุณห้องสมุดดีๆ ที่อยู่คู่สังคมไทยอย่างนี้

LeftHit.com

สอบสัมภาษณ์บรรณารักษ์ เจอคำถามอะไรบ้าง

เมื่อวานนี้มีเพื่อนผมคนนึงไป สอบสัมภาษณ์ และ สอบข้อเขียนเพื่อเป็นบรรณารักษ์
ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับคำถามที่ห้องสมุดได้ตั้งมาเพื่อถามผู้สมัคร
ได้ฟังแล้วก็ถึงกับอึ้งเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกดีนะครับ
ที่ห้องสมุดในบ้านเรามีกระแสการพัฒนา
และตามกระแสของสังคมมากขึ้น

ตัวอย่างคำถามที่เพื่อนผมเจอที่ผมเห็นว่าน่าสนใจก็คือ
(จริงๆ มีคำถามอื่นด้วยนะ แต่เป็นคำถามเรื่องทั่วไปเลยไม่ขอเอ่ยถึง เช่น การจัดหมวดหมู่ …)

1. การประชาสัมพันธ์และการบริการห้องสมุดแบบเชิงรุก
ให้บอกวิธีการ แผนงาน (ทำได้จริง)

2. แนวทางสู่ห้องสมุดมีชีวิต
(กำหนดสถานที่ จำนวนหนังสือให้แล้วให้ออกแบบและเสนอแผนงาน)

3. แผนงานในการพัฒนาห้องสมุดโดยทั่วไป
เช่น แนวทางในการจัดหา บริจาค และกิจกรรมต่อสังคม

ครับนี่ก็เป็นตัวอย่างข้อสอบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะครับ
อาจจะเห็นว่าคำถามธรรมดามากๆ แต่ขอบอกว่าห้องสมุดที่เพื่อนผมไปสัมภาษณ์นี่คือ
ห้องสมุดชุมชนเท่านั้นเองเลยทำให้ดูว่าคำถามดูจะพิเศษเกินไป
แต่ถ้าถามว่าโอเคมั้ย ผมว่าใช้ได้เลยครับ
อย่างน้อยห้องสมุดเล็กๆ ก็มีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาห้องสมุดของตัวเอง
ผมว่าดีครับ สนับสนุนเต็มที่

สุดท้ายนี้ก็อวยพรให้สมหวังนะเพื่อน อิอิ

LeftHit.com

Greenstone Digital Library Software : GSDL

วันนี้บังเอิญว่าได้ สไลด์งานสัมมนางานหนึ่งมา
ฃื่อว่า โครงการสัมมนา : โปรแกรมห้องสมุดดิจิทัล
โดยใช้โปรแกรม Greenstone Digital Library Software
ซึ่งจัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ NSTDA
และสไลด์นี้มีการเรียบเรียงใหม่โดย AIT ครับ เห็นว่าน่าสนใจดีเลยเอาให้สรุปให้เพื่อนๆ อ่านดีกว่า

——————————————————————————————————————
การสัมมนาครั้งนี้เริ่มจากการเกริ่นถึง
- ความเป็นมาของห้องสมุดดิจิทัล (What is Digital Library for ?)
- ซอฟต์แวร์ที่ห้องสมุดดิจิทัลสามารถรองรับได้ (DL Software Requirements)
- มาตรฐานที่เกี่ยวกับการทำงานระหว่างห้องสมุด (Library Interoperability)
- การทำต้นแบบของห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library Prototype)

หลังจากที่เกริ่นถึงข้อมูลโดยทั่วไป ซอฟต์แวร์ และการทำงานร่วมกันระหว่างห้องสมุดจบ
สไลด์นี้ก็ได้กล่าวถึงสถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture) โดยทั่วไป
ว่าห้องสมุดดิจิทัลมีลักษณะการทำงานอย่างไร ต้องผ่านกระบวนการใดบ้าง

หลังจากที่เกริ่นเรื่องสถาปัตยกรรมของระบบจบ
ก็เข้าสู่เรื่องที่หลายๆ คนต้องการรู้ นั่นคือ เกี่ยวกับระบบ Greenstone Digital Library Software 
- ข้อมูลโดยทั่วไปของระบบ (Overall System)
- สถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture)
- การทำงานของระบบในฟังก์ชั่นต่างๆ (Functionality) เช่น Search system, Librarian Interface, Configuration system
——————————————————————————————————————

เป็นอย่างไรกันบ้างครับคร่าวๆ สำหรับการสัมมนาครั้งนี้
น่าสนใจมากๆ เลยใช่มั้ยครับ
สำหรับใครที่สนใจก็สามารถดาวน์โหลดสไลด์นี้ไปดูได้
ที่นี่ครับ www.tiac.or.th/tiacthai/seminar/2005/greenstone/DL_090905.ppt

สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวกับ Greenstone Digital Library Software  อื่นๆ
สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บของ Greenstone Digital Library Software ได้เลยครับ

http://www.greenstone.org

LeftHit.com

รักแห่งสยาม VS พรรคแห่งสยาม

เมื่อรักแห่งสยาม มาเจอกับ พรรคแห่งสยาม อะไรจะเกิดขึ้นไปดูกันเลยครับรักแห่งสยาม VS พรรคแห่งสยาม

like-original.jpg

like.jpg

อิอิ ดูขำๆ ดีอ่ะครับ ถ้าการเมืองไทยดูสนุกและร่าเริงกว่านี้คงจะดีไม่น้อย
ไอเดียนี้เยี่ยมไปเลยนะครับ ต้องขอปรบมือให้กับหนังสือ ฮิ จิงๆ

นี่ก็หลังการเลือกตั้งแล้ว ตอนนี้ยังไม่รู้ผลประกาศอย่างเป็นทางการ
ยังไง ไม่ว่าพรรคไหนได้ ก็ขอให้ช่วยพัฒนาประเทศชาติให้ดีขึ้นแล้วกัน
ไม่ใช่ว่าพอหาเสียงพูดอย่างนึง พอได้เป็นนายกทำอีกอย่างนะครับ

LeftHit.com

« หน้าที่แล้ว