คุณคิดยังไงกับข่าว “วัยรุ่นจับคู่ทำอนาจารในห้องสมุด”

เมื่อเช้าอ่านข่าวในเว็บผู้จัดการออนไลน์ แล้วเจอข่าวนี้พอดี
“ศธ.ปรี๊ดวัยรุ่นจับคู่ทำอนาจารในห้องสมุด ลั่นปรับปรุงไม่ให้มีมุมอับ”

teen.gif อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างครับ
 สำหรับผมรู้สึกหดหู่กับการกระทำเช่นนี้อย่างมากๆ
 สถานที่อื่นๆ มีเยอะแยะไม่ไปทำ ดันมาทำอะไรกันในห้องสมุด
 ที่ผมพูดไม่ได้เชียร์ให้วัยรุ่นพวกนี้ไปทำที่อื่นด้วยหรอกนะครับ
 แต่ผมเห็นว่ามันไม่เหมาะสมเลย

 เพราะคุณก็รู้อยู่ว่าห้องสมุดเป็นที่สาธารณะ
 คุณยังกล้ามาทำกันในที่แบบนี้อีกหรือ
 หรือคุณคิดว่าไม่มีคนเข้ามาใช้ห้องสมุด

ต่างๆ นานาเหตุผล
เศร้าครับอย่างนี้ เยาวชนของชาติเราหมกหมุ่นเรื่องแบบนี้กันถึงขนาดหนัก
ไม่มีคำบรรยายใดๆ ที่จะพูดแล้วให้คนเหล่านี้เข้าใจ

วิธีแก้ตามที่อ่านในข่าว เขาบอกว่า

“สั่ง กศน.ปรับปรุงห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศไม่ให้มีมุมอับ หรือที่หลบซ่อน รวมทั้งจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เสาร์-อาทิตย์ เจ้าหน้าที่ระแวดระวังแก้ปัญหา”

ปรับปรุงไม่ให้มีมุมอับมีใครจะบอกผมได้บ้างว่าทำยังไง
หรือต้องถึงขนาดทำชั้นหนังสือเตี้ยๆ หรือปล่าว หรือเอาชั้นหนังสือออกให้หมดหล่ะครับ
รวมถึงจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันเสาร์ อาทิตย์
คุณจัดกิจกรรมแล้วมันจะช่วยลดปัญหานี้ได้จริงหรอ
แล้วที่บอกให้เจ้าหน้าที่ระแวดระวัง
อันนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก คุณก็น่าจะรู้ว่าห้องสมุดประชาชนบางที่มีบรรณารักษ์แค่คนเดียว
แล้วอย่างนี้จะดูแล้วทั่วถึงหรือปล่าวครับ

หนักไปกว่านั้นผมอ่านความคิดเห็นที่เสนออะไรกันมา
ผมว่า แก้กันยากมาก บางคนบอกว่าติดกล้องวงจรปิดสิ
ผมก็ขอย้อนถามก่อนว่า ขนาด Wireless Lan เกือบทุกที่ยังไม่มีเลย
(ขอบอกอีกว่า ที่ไม่มี ไม่ใช่ว่าไม่ได้เขียนโครงการหรอกนะครับ แต่ที่ไม่มีเพราะว่าผู้ใหญ่บางคนไม่อนุมัติต่างหาก)
แล้วคุณคิดว่ากล้องวงจรปิดจะมีได้อย่างไร

เอาเหอะครับ คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้มาร่วมสนทนากัน
โดยแสดงความคิดเห็นใต้บทความนี้แล้วกัน

ปล. อีกหน่อยบรรณารักษ์นอกจากจะต้องเฝ้าหนังสือแล้ว ยังต้องเฝ้าวัยรุ่นอีก อิอิ

About these ads

13 thoughts on “คุณคิดยังไงกับข่าว “วัยรุ่นจับคู่ทำอนาจารในห้องสมุด”

  1. แบบนี้ต้องเปิดโล่ง ให้ชั้นหนังสืออยู่รอบๆแล้วให้ผู้ที่เข้ามาอ่านหนังสือนั่งตรงกลางห้องสมุด…อิๆ..เด่นดีค่ะ

  2. แหม แบบนี้ห้องสมุดคงจะมีผู้เข้าไปใช้บริการเพิ่มขึ้น….
    …ไปคอยจับตาดูกิจกรรมอย่างว่า

  3. น่าเบื่อจริงนิ ปัญหาสังคมทั้งนั้นที่พรั่งพรูมาให้ได้รับรู้ทุกวัน
    พ่อแม่ช่วยดูๆ ลูกหน่อยก็น่าจะดี

  4. ทุกภาครัฐต้องประสานมือมาช่วยแก้ปัญหากันค่ะ ไม่ใช่แค่ภาครัฐเดียว ก็ดีนะค่ะที่วันเสาร์-อาทิตย์มีกิจกรรมเพิ่มเติมอาจจะยิ่งดีเลยค่ะถ้าวันเสาร์-อาทิตย์ทางห้องสมุดสามารถมีพวก workshop เล็กที่จะช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพศศึกษา ดิฉันดีว่าวิธีนี้จะช่วยให้เด็กมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเพศตรงข้ามเพิ่มเติมและถือโอกาศให้เด็กวัยรุ่นได้แสดงความคิดเห็นทางด้านความสัมพันธ์แบบมีเซกส์ก่อนวัยค่ะ เพราะเท่าทีเห็นมาสังคมไทยเราคิดว่าเซกส์เป็นเรื่องบัดสีเอามากๆไม่มีทางภาครัฐหรือผู้ใหญ่คนไหนกล้าที่จะออกมาสนับสนุนให้ความรู้แลข้อมูลศึกษาแก่ผู้คนเลยในเรื่องนี้เลยทำให้คนเข้าใจเซกส์กันไปในทางที่ผิด คือดิฉันไม่เห็นดัวยนะค่ะที่ว่าเด็กวัยรุ่นมีเซกส์ก่อนวัยอันครวแต่วัยอันครวในที่นี้ไม่ใช่แค่อายุค่ะแต่มันสะท้อนไปถึงความรับผิดชอบในชีวตของแต่ละบุคคล ดิฉันคิดว่าที่เด็กเขาทำกันแบบนี้เพราะเขาขาดความรู้และข้อมูลในเรื่องเซกส์เขาคิดว่าการที่มีเซกส์กันจะเป็นวิธีการศึกษาว่าเพศสัมพันธ์เป็นแบบไหนโดยที่ยังขาดความรู้ในเรื่องโรคติดต่อหลายๆ อีกอย่างดิฉันก็อยากจะให้ผู้ปกครองที่มีลูกหลานหลายๆท่านช่วยพูดคุยและคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกหลานที่มีปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ดัวยค่ะ ไม่อยากให้ไปตำนิเด็กเขาเรื่องพวกนี้ต้องมีการอบรมสั่งสอนกันยิ่งถ้าเราปิดเขามากเท่าไหรก็เหมือกับยุให้เขาลองศึกษาเองเท่านั้น ผู้ปกครองอย่าอายเลยค่ะว่าการรออกมาพูดเรื่องพวกนี้กับเด็กๆจะเป็นการกระทำที่ไม่ดีไม่จริงค่ะ ในประเทศทางตะวันตกเขาไม่มีปัญหาเรื่องที่เด็กทำอานจารแบบนี้เพราะว่าพวกเขาถูกอบรมสั่งสอนในเรื่องพวกนี้มีดีถึงแม้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันครวอาจจะดุเป็นเรื่องธรรมดาแต่เด้กๆเขามีความรู้ทางด้านเพศศึกษาพอครวและผู้ปรครองของเขาทั้งหลายไม่กลัวที่จะพูดคุยกับลูกหลานเรื่องพวกนี้ ทางทีดีดิฉันว่าเราครวหันมาเปลี่ยนมุมมองของการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติซะดีกว่าว่าเป็นเรื่องที่ต้องห้ามไม่อันครวที่จะพูดถึงมันเพราะการมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างชายหญิงน่าจะเป็นเรื่องของธรรมชาติมากกว่าความอันครวที่จะมี

  5. แก้ไขอย่างนี้ก็โอเคในระดับหนึ่ง
    แต่สำหรับวัยรุ่น จะกลายเป็นความสนุกไปด้วย
    ที่จะทำอย่างไร ไม่ให้ผู้ใหญ่จับได้!!
    .
    จะว่าไปมันก็เป็นการทำอนาจารอย่างหนึ่งด้วยหรือเปล่า?
    ตำรวจจับได้หรือเปล่า ? (อุ้ย รุนแรงไป อิอิ)
    .
    ควรปรับที่ความคิดของเด็กด้วย
    ปลูกฝังเด็ก . . .
    ให้รู้จัก แยะแยะ และยับยั้งชั่งใจ
    ช่วยๆ กันหลายๆฝ่าย

  6. ครอบครัวคือรากฐานของสังคม
    เด็กคือส่วนที่เล็กที่สุดของรากฐานนั้น

    สังคมจะดีมีคุณภาพ แปลว่าเราต้องสร้างรากฐานคือเด็กให้แข็งแกร่ง คิดให้เป็น มีความรู้ จริยธรรมและคุณธรรม

    ภาครัฐ แก้ไขได้ในระดับมหภาค ทั้งการจัดงบประมาณ
    ด้านการศึกษามาพัฒนา ร.ร / ห้องสมุด ให้มีคุณภาพ (มีบรรณารักษ์แค่คนสองคน ก็น่าสงสารมากพอ)
    ต้องพัฒนาบุคลากร ครูอาจารย์ (ซึ่งเงินเดือนครูน้อยมากคนที่อยากเป็นครูก็น้อยลง) ให้ความสนใจกับตรงนี้ให้มากๆ

    ครอบครัว คือพ่อแม่ ผู้ปกครอง เมื่อคิดจะสร้างทายาทขึ้นมาแล้ว
    ต้องมีส่วนร่วมในการอบรม ให้การดูแลใกล้ชิด
    เป็นทั้งพ่อแม่ เพื่อน ที่เคยให้คำปรึกษาลูก พ่อแม่บางคนงานยุ่ง
    จนลืมดูแลครอบครัวตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาตามมา

    ท้ายสุดเด็กก็ไปก่อปัญหาต่างๆตามมา แต่ละรัฐบาลต้องการ
    พัฒนาประเทศไปให้ไกลก้าวหน้า แต่สังคมที่เล็กที่สุด
    กลับลืมมอง อ่อนแอลงเรื่อยๆ

    ก่อนจะพัฒนาส่วนอื่น หันมาดูแลจุดที่เล็กที่สุดให้แกร่งมั่นคง
    แล้วอย่างอื่นน่าจะดีขึ้นตามมา…

  7. โรงเรียนผมก็มุมอับมีบางนิดหน่อย เพราะมันห้องไม่ใหญ่ถ้าจะลวงกัน ก็คงได้นิดหน่อยละคือ อันนี้ก็ไม่รู้ วิธีแกพี่ก็บอกไว้ข้างต้นแล้ว ง่ะเน้อ

  8. ในฐานะคนทำงานในห้องสมุด เห็นว่าหากเป็นแฟนกัน ชวนกันมานั่งอ่านหนังสือพอน่าชื่นชม หากถึงขั้นทำอนาจารก็ควรรีบแก้ไขด่วน ไม่ควรๆ

  9. จริงๆตอนแรกที่เห็นข่าวความคิกมันก็พาไปถึงเหตุการ์ณที่ว่ามีเด็กวัยรุ่นไปนั่งจีบกันบนรถเมล์ ก็นึกว่ามันจะเป็นข่าวเฉยๆ แต่ว่ากลายเป้ฯมีข่าวตอนเช้าเย็น ซึ่งก็งงว่าไอ้เรื่องแบบนี้มันกลายเป็นประเด็นใหญ่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
    การแก้ปัญหาก็คิดว่าแค่ผิวเผินผลักภาระมาให้บรรณารักษ์อีก เฮ้อ คงคิดว่าบรรณารักษ์มีหน้าที่แค่เฝ้าห้องสมุดล่ะมั้ง?

    ถ้ายังมีชั้นหนังสืออยู่มันก็๖้องมีมุมอับอยู่แล้วล่ะค่ะเ้ราว่า (ก็หนังสือมันบังหมดนี่ =w=”)

  10. เป็นเรื่องน่าตกใจมากที่มีข่าวเช่นนี้ในห้องสมุด ทำให้เสียภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ ผู้รับผิดชอบดูแลห้องสมุดทุกแห่งควรสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกกับห้องสมุดทุกประเภท และควรมีการจัดห้องสมุดใหม่โดยเฉพาะในมุมอับ หรือมุมที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ โดยอาจจัดชั้นให้อยู่ติดผนังห้องและจัดที่นั่งให้เห็นได้ชัดเจน อีกทั้งบรรณารักษืหรือเจ้าหน้าที่ควรเดินตรวจตรารอบ ๆ ห้องสมุด เป็นการถือโอกาสทักทายผู้ใช้ไปด้วย จะเป็นการสร้างสัมพันธภาพแนวใหม่ งานแบบนี้ไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ

  11. ข่าวที่ออกมาสะท้อนปัญหาสังคม ด้านจริยธรรมและจิตสำนึก
    บางที่มีทั้งกล้อง ทั้งรปภ. ก็ยังมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้
    น่าเห็นใจห้องสมุดที่มีบรรณารักษ์เพียงคนเดียว ทำทั้งงานด้านหลัง
    บริการด้านหน้า ทั้งเดินตรวจอาคาร..(แหมถ้าแยกร่างได้คงจะดี)

    อยากฝากไว้ว่าคือต้องเกาให้ถูกที่คัน ปัญหาจริงๆ มาจากไหน
    ต้องร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่าย ช่วยกันสร้างจิตสำนึกตั้งแต่เริ่มตั้งไข่
    เด็กเดี๋ยวนี้โตไว โตมาค่อยบอกค่อยสอนอาจจะไม่ทันแล้วก็เป็นได้

  12. ต้องหันกลับไปมองถึงครอบครัวครับ ว่าครอบครัวกดดัน เยาวชนหรือปิดกั้นหรือเปล่า ครอบครับเปนพื้นฐานของสังคม ครับบ

  13. Pingback: เมื่อวัยรุ่นไทยบอกว่า “งั้นไปห้องสมุดกันเถอะ” « ProjectLib - Librarian 2.0

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s