“คุณเดินหาเองไม่เป็นหรอ” คำพูดนี้ควรหลุดมาจากปากบรรณารักษ์หรือปล่าว

จากเมื่อวานที่เขียนเรื่อง “ห้องสมุดไทยในมุมมองคนต่างประเทศ

ผมอยากจะเล่าเรื่องการสนทนาระหว่างผม (ในฐานะผู้ใช้บริการห้องสมุด)
กับบรรณารักษ์คนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ เคาน์เตอร์บริการ

————-เริ่มการสนทนา————-

ผม : สวัสดีครับ
บรรณารักษ์ที่กำลังอ่านหนังสือหันมามองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตร

ผม : อยากจะขอความช่วยเหลือ สักนิดอ่ะครับ

บรรณารักษ์ : มีอะไรหรอค่ะ

ผม : คือผมอยากจะหาหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพอ่ะครับ แต่ไม่ทราบว่าอยู่ชั้นไหน

บรรณารักษ์ : ดูตู้บัตรรายการหรือยัง

ผม : ไม่ทราบว่าตู้บัตรรายการใช้อย่างไร
(อันนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่า ผมใช้เป็นแต่อยากจะพิสูจน์การให้บริการของบรรณารักษ์)

บรรณารักษ์ : หรอ หนังสือวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพใช่มั้ย อยู่ทางโน้น
(ที่บรรณารักษ์บอกว่าอยู่ทางโน้น ผมไม่รู้ว่าทางโน้นของเขาคือตรงไหน เพราะบรรณารักษ์คนนั้นเพียงแค่พูดแต่ไม่ได้ชี้)

ผม : ไม่ทราบว่าทางไหนนะครับ

บรรณารักษ์ : ก็บอกว่าทางโน้นไงค่ะ (คราวนี้ชี้ไปทางชั้นหนังสือ)
แต่อนิจจา ทางที่เขาชี้ไปปรากฎว่ามีชั้นหนังสือประมาณ 7 – 8 ชั้น ตั้งอยู่

ผม : ไม่ทราบว่าชั้นแรกหรือปล่าวครับ

บรรณารักษ์คนนั้นยิ่งทำหน้ารำคาญ แล้วพูดเสียงดังว่า : คุณเดินหาเองไม่เป็นหรอ

ผมอึ้งครับ และก็อายมากเพราะว่าดันตะโกนซะดังเลย
เพื่อนผมก็เลยดึงแขนผมแล้วบอกว่ากลับดีกว่า ไม่อยากใช้บริการแล้ว
ผมก็ตกลงกลับก็กลับ เลยหันหน้าจะออกประตู

บรรณารักษ์คนนั้นก็พูดขึ้นมาอีกว่า : โธ่! ถ้าไม่หาจริง ทีหลังก็ไม่ต้องถามนะ

————-จบการสนทนา————-

แน่นอนครับ ที่เขาบอกว่าทีหลังไม่ต้องถามนะ
ผมก็อยากจะตอบกลับไปเหมือนกันว่า ไม่ใช่แค่ไม่ถามนะ คราวหน้าจะไม่มาด้วยซ้ำ

เพื่อนๆ รู้หรือยังครับว่า ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนเข้าห้องสมุด
ผมอยากจะบอกว่า ปัจจัยนึงคือเรื่องเทคโนโลยี
ถ้าห้องสมุดไม่มีเทคโนโลยีเพื่อดึงดูดผู้ใช้ ผู้ใช้ก็ไม่เข้ามาใช้บริการหรอก
แต่ปัจจัยที่สำคัญไปกว่านั้น คือเรื่องการให้บริการของบรรณารักษ์
ปัจจัยข้อนี้ของผมที่จะกล่าวคือเรื่อง จรรยาบรรณของการให้บริการ

บางทีผมก็อดสงสารเขาไม่ได้ว่าทำไมไม่อยากเป็นบรรณารักษ์ แล้วมาเป็นทำไม
ขนาดผม ตอนนี้ไม่ได้เป็นบรรณารักษ์ก็จริง แต่ความรักในวิชาชีพมันก็น่าจะมีเหลือไว้บ้างสิครับ
ไม่ต้องสงสัยเลยที่มีบทความหลายบทความพูดถึงว่า ถ้าให้คิดเกี่ยวกับเรื่องบรรณารักษ์ไทย
ทำไมถึงไปนึกถึงคนแก่ๆ หน้าตาไม่รับแขกกัน
เพราะว่ามีบรรณารักษ์บางคน สร้างประเด็นนี้ไว้ทำให้วิชาชีพของเราแปดเปื้อนนั่นเอง

วันนี้ผมก็เลยตั้งคำถามนี้ขึ้นมา หวังว่าเพื่อนๆ จะช่วยผม
บอกผมหน่อยเถอะครับว่า “คุณเดินหาเองไม่เป็นหรอ” คำพูดนี้ควรหลุดมาจากปากบรรณารักษ์หรือปล่าว

ปล. ที่เขียนบทความนี้ไม่ได้ต้องการจะว่าห้องสมุดใดหรอกนะครับ
ไม่ได้โจมตีบรรณารักษ์คนใดด้วยนะครับ
แต่อยากเตือนสติ คำว่า Service mind พวกคุณรู้จักหรือปล่าว

11 thoughts on ““คุณเดินหาเองไม่เป็นหรอ” คำพูดนี้ควรหลุดมาจากปากบรรณารักษ์หรือปล่าว

  1. วายใจเย็นจัง
    ถ้าเป็นเราคงไม่ใช่แค่เดินออกเฉยๆอ่ะ…ต้องฝากความประทับใจ(แบบติดลบ)ไว้บ้างแหละ
    ….
    ไปคุมสอบก่อนนะจ๊ะวาย
    เดี๋ยวจะมาโพสต์ต่อ

  2. ต่อๆ…
    มองไปถึงการกระทำของบรรณารักษ์คนนั้น สมควรอย่างยิ่งที่ต้องโดนตำหนิ เพราะservice mind เป็นหัวใจสำคัญของผู้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ และผู้มาใช้บริการก็หวังว่าจะได้รับตรงส่วนนี้จากบรรณารักษ์ด้วย คนที่สามารถพอที่จะหาหนังสือได้เอง ก็ยังต้องการความช่วยเหลือ ขอแค่รอยยิ้ม+คำพูดจาดี ส่วนตัวเราคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้วนะ ที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้มาใช้บริการห้องสมุด
    ………
    บรรณารักษ์ยุคใหม่อย่างเราๆท่านๆทั้งหลาย
    มาร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นและทัศนคติที่ดีให้กับผู้ใช้บริการกันดีกว่าเนอะ

  3. ขอประณามครับ เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจอย่างร้ายกาจ ถ้าเขาเป็นบรรณารักษ์จริงๆ ก็ยิ่งควรถูกตำหนิ (หรือถ้าเป็นพนักงานห้องสมุดก็ต้องตำหนิอยู่ดี) ผมว่าเราควรให้บริการด้วยใจและต้องคัดคนที่รักงานบริการจริงๆ มารับแขกเหมือนกันนะครับ

    บางครั้งก็มีผู้ใช้มาถามคำถามี่อาจจะเกินความสามารถเรา แต่การที่เราแสดงความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ให้ผู้ใช้เห็น เขาก็ชื่นใจแล้วล่ะ ถึงไม่ได้ข้อมูลกลับไปก็เถอะ…เหมือนคนป่วยน่ะครับ แค่ได้เห็นหน้าหมอ อาการป่วยมันก็ทุเลาไปครึ่งนึงแล้วล่ะ

    หรือเพราะว่าเราอาศัยเทคโนโลยีมากไปรึเปล่าครับ เลยขาดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์!

  4. แย่นะคะ คนไทยมีภาพลักษณ์เกี่ยวกับห้องสมุดค่อนข้างไม่ดีอยู่แล้วว่าเก่า เชย น่าเบื่อ พอมาเจอบรรณารักษ์ไม่เป็นมิตรอีก เลยยิ่งไม่อยากไปห้องสมุดเข้าไปอีก

    การหาหนังสือในห้องสมุดใหญ่ ๆ เป็นเรื่องยากจริง ๆ นะ ยิ่งที่มีหลาย ๆ ชั้นนี่ แค่เห็นก็ถอดใจไปเยอะแล้ว แล้วถ้าเดินไปถึงเคาน์เตอร์ยังเจอบรรณารักษ์หน้ายักษ์ อาจจะยอมถอยกลับบ้านเลย

    เฮ้อ… น่าสงสารแทนหนังสือ ต้องนอนฝุ่นจับอยู่บนหิ้งต่อไปเพราะคนอยากอ่านมาไม่ถึง

  5. ผมคิดว่าปัญหาเรื่อง service mind นี้ไม่ใช่แค่เป็นปัญหาห้องสมุดอย่างเดียวหรอกครับ ไม่ว่าที่ไหนๆในประเทศไทยก็เป็น ร้านค้า chain หรือบริการอะไรก็ตามก็เป็น

    ทำไมไม่บอกชื่อห้องสมุดล่ะครับ ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ควรเป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยมากกว่า ไม่น่าต้องใช้เหตุผลว่ากลัวห้องสมุดดังกล่าวจะเสียหายนะครับ (เพราะอย่างน้อยมันก็เสียหายไปแล้วในสายตาคุณเอง) การเปิดเผยน่าจะช่วยให้ ห้องสมุดนั้นๆ พัฒนาการบริการของตัวเองซะอีก

    พอดีผมเขียนเรื่อง service mind ใน blog ของผมที่อาจจะเกี่ยวเนื่องกัน ไม่เกี่ยวกับ library แต่เกี่ยวกับเรื่อง service mind ครับ > http://www.enaweb.com/words/2007/12/18/thai-service-industry/

  6. เราไม่เคยเจอบรรณารักษ์แบบที่ว่ามาเลยนะ
    เคยเจอแต่แบบที่ว่าให้ความช่วยเหลือ แบบประทับใจไปเลย

    จากภาพของบรรณารักษ์ที่เรามองว่าไม่น่าสนใจ(สมัยที่ไม่เคยคิดจะหาความรู้ให้ตัวเอง)
    กลายมาเป็นภาพที่เราอยากเป็นแบบนั้นเลยล่ะ

    บรรณารักษ์ยุคใหม่ ก้อ สู้ๆนะคะ

  7. วิชาชีพบรรณารักษ์ … นี่ …. มีหน่วยงาน กฏกิติกา หรือ องค์กร อะไร ดูแลหรือเปล่าครับ?
    เราคงต้อง กล่าวโทษ ทั้งตัวบุคคล และ ผู้บริหาร ดูแลจัดการ (ระบบ) เรื่องนี้ พอๆ กัน

    ; )

  8. โอ้ อ่านแล้ว นึกถึงตอนอยู่มัธยมเลยค่ะ เป็นอ. ไม่รู้ว่าเป็นบรรณารักษ์หรือเปล่า แต่อ.ท่านนี้จะประจำอยู่ห้องสมุด วันนั้นเอาบัตรนักเรียนเพื่อนไปยืมค่ะ แล้วไม่รู้อันใด อ.แกดันจำเราได้ค่ะ (แต่เพื่อนที่ให้ยืมบัตรก็ยืนอยู่ข้างๆเราแท้ๆ) อ. ก็พูดขึ้นมาเสียงดังเลยค่ะ ว่า ไม่ให้เอาบัตรคนอื่นมายืม แล้วก็ว่าอย่างโน้นอย่างนี้
    เราไม่อายหรอกค่ะ เพราะตอนนั้นอยู่ในอารมณ์เฉยสุดๆ แต่ออกจะงงว่า ทำไมอ.ไม่พูดดีๆน่ะ ว่า นักเรียนเอาบัตรคนอื่นมายืมไม่ได้น่ะ หรืออะไร บอกดีๆก็ได้ค่ะแต่ดันพูดเสียงดังเหมือนเจตนาจะให้เราอาย แต่ขอโทษน่ะค่ะ ที่ไม่อาย เกือบสวนอ.ไปด้วยว่า อ.ค่ะ ห้องสมุดเงียบๆหน่อยค่ะ
    มาตอนนี้ยังแอบคิดเลยว่าถ้าตอนนั้นสวนไปจะเป็นไงน้อ ^^!

    จนตอนนี้ก็ไม่นึกว่าตัวเองจะมาเป็นบรรณารักษ์ซะได้
    ตอนไปใช้ห้องเรียนที่หอสมุดก็เจอเจ้าหน้าที่หน้าบึ้งก็มีค่ะ รุ่นพี่ยังพูดเลยว่า ดูเอาไว้ อย่าได้ไปทำอย่างนี้น่ะ เพราะเราก็คงจะรู้สึกไม่ดีที่เวลาบริการเค้าหน้าตาบูดใส่เราเช่นเดียวกัน
    บางทีเจ้าหน้าที่ห้องสมุดรู้ว่าหนังสืออะไรอยู่ตรงไหน เลขหมู่ชั้นอะไรก็มีบอกทำไมหากันไม่เจอ แต่บางทีคนเข้ามาดูหนังสือความรู้เรื่องห้องสมุดมีไม่เท่ากัน บางทีมีเลขหมู่ไว้ให้เค้าก็ไม่ดูหรอก ถ้าเรารู้เราก็ควรจะบริการเค้าให้ดีๆ บอกด้วยคำพูดดีๆ ก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ
    ไอ้อย่างนี้น่าเอาไปเขียนจดหมายสนเท่ห์ (เขียนถูกไหมค่ะ?) ร้องเรียนกับผู้บริหารจริงๆ

    มีอีกเรื่องเล่าให้ฟังค่ะ ไหนๆก็ไหนๆ แล้ว แฮะๆ คือเพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีเด็กที่จบสารสนเทศไปสอบถามอ.ที่สอนเอกบรรณารักษ์ว่ามีโปรแกรมสำหรับจัดหาเลขหนังสือไหม (พวก LC กับดิวอี้แหละค่ะ) เพราะเค้าจบสารสนเทศ ไม่ได้จบมาทางบรรณารักษ์โดยตรง แต่ได้ไปทำห้องสมุด ไอ้เราฟังก็ได้แต่สงสัยแล้วทำไมห้องสมุดนั้นไม่จ้างบรรณารักษ์ล่ะน้อ….=w=”

  9. อึม . . . มีตู้บัตรรายการด้วย ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้มีระบบอะไรที่ดีกว่ามาแทนแล้วหรือยัง

    ส่วนเรื่องบรรณารักษ์ เขาน่าจะมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้นะครับ
    สงสัยค่าแรงคงน้อย เลยหามืออาชีพไม่ค่อยได้ (เมืองไทยก็อย่างนี้แหละครับ อย่าคิดมาก 5 5 5)

  10. อ่านแล้วก็ตกใจครับ…มันยังคงไม่ได้ห่างหายไปจากสังคมไทยสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าความเจริญทางเทคโนโยลีกำลังช่วงชิงความได้เปรียบกันอยู่ พัฒนาการทางอารมณ์ของผู้ให้บริการแทบจะไม่มีเลยใน บางหน่วยงาน โรงพยาบาลก็ยังเคยมี ประเมินว่า ….
    1.น่าจะเป็นคำถาม ซ้ำๆซากๆที่ผู้ให้บริการได้ยินได้ฟังทุกวันๆตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา วันไหนอารมณ์ดีก็แนะนำดี วันไหนอารมณ์เสีย โชคร้ายก็ตกอยู่กับผู้มาใช้บริการ
    2.ผู้ใช้บริการ ชอบสะดวกและรวดเร็ว ในเมื่อหันซ้ายหันขวาไม่มีตัวช่วย ก็ถามบรรณารักษ์ ไว้ก่อน
    ขอขายความ”ตัวช่วย”ก่อนน่ะ เช่น ป้ายบอกทางที่ชัดเจน แผนผังชั้นบริการที่ชัดเจน คำบรรยาย /ป้ายข้อความแสดงถึงการจัดหมวดหมู่ที่ชัดเจน เทคโนโลยีช่วยสืบค้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้อาจจะยังคงไม่มี ให้บริการมากพอ
    3.สิ่งแวดล้อม ไม่เอื้อต่อการ ให้/รับบริการ อาจจะเป็นเพราะเหตุ ขาดปัจจัยเกื้อหนุน เช่น อากาศร้อนอบอ้าว หัวหน้าขี้บ่น เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ เงินเดือนขึ้นน้อย อุปกรณ์สำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เหมาะสมกับงานที่ทำ ฯลฯ
    ทีนี้กล่าวถึงปัญหาเรื่อง service mind ปรกติมันก็อยู่ในตัวบุคคลนั้นอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้ถูกเรียกมาใช้อย่างถูกที่ถูกทาง ฉะนั้นหัวหน้างานต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาตองตัวเองด้วย
    หากท่านเคยใช้บริการห้องสมุดเอกชนหลายๆที่ท่านอาจจะชื่นชมการบริหารจัดการได้อย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ ปัญหาทุกปัญาคงไม่เกิด หากเราเอาใจใส่ดูแลบริการเหมือนญาติมิตรของเรา
    หากท่านได้พบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อย่าได้ถือโทโกรธเธอเลย ให้ถือว่าเป็นอุบัติโชคชะตาก็แล้วกันน่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s