มาดูเงินเดือนของคนทำงานห้องสมุดบางที่ กันดีกว่า…

วันนี้ขอว่าด้วยเรื่องค่าครองชีพ หรือเงินเดือนของคนทำงานห้องสมุดกันนะครับ
ที่ผมเอามาให้ดูนี้ ผมไม่อยากพลาดพิงถึงสถานที่ทำงานของใครหรอกนะครับ
เพียงแต่ผมรู้สึกว่าเจอแบบนี้แล้ว ขำไม่ออกเหมือนกัน

ในสภาวะที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ถ้าน้องๆ ที่จบด้านนี้มาใหม่ๆ ไปสมัครงาน
แล้วเจอประกาศแบบนี้คงตกใจจนถึงขั้นไม่อยากทำงานห้องสมุดอีกเลย
แต่ใจเย็นๆ ก่อนนะครับลองอ่านประกาศแบบนี้ดีๆ

เอาเป็นว่าผมจะสรุปรายละเอียด ดังนี้
– ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด สังกัดสำนักหอสมุด
– ค่าจ้างเดือนละ 5,760 บาท
– วุฒิการศึกษา ปวช. พาณิชยกรรม
– มีความรู้ในการใช้ Microsoft office
– ใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์
– แถมต้องเสียค่าธรรมเนียมในการสอบอีก 20 บาท

ตำแหน่งนี้ใช้วุฒิการศึกษาระดับ ปวช. นะครับ ไม่ใช่ปริญญาตรี
ดังนั้นน้องๆ คงจะโล่งใจได้อีกขั้นหนึ่ง

แต่พอเห็นเงินเดือนแบบนี้อดนึกถึงคนที่ทำงานในตำแหน่งนี้เหลือเกินว่า
เงินเดือนระดับนี้จะพอใช้ในแต่ละวันหรือไม่ อ๋อผมลืมบอกไปอย่างนึงว่า
สถานที่ที่รับสมัครนี้อยู่ในกรุงเทพฯ ซะด้วยนะครับ

เอาเหอะครับที่เอามาดูแบบนี้ ผมเชื่อว่าไม่ได้มีแต่ห้องสมุด
อีกหลายๆ หน่วยงานก็เป็น โดยเฉพาะภาครัฐ
เอาเป็นว่าภาครัฐจะแก้ไขอย่างไร กับเรื่องนี้ดีครับ

เอาเป็นว่าผมก็ทำได้เพียงแต่ปลอบใจเท่านั้นนะครับ

ปล. ใครมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บอกผมที

35 thoughts on “มาดูเงินเดือนของคนทำงานห้องสมุดบางที่ กันดีกว่า…

  1. เงินเดือนพนักงานภาครัฐส่วนใหญ่เป็นแบบนี้หมดแหละครับ ยิ่งเป็นลูกชั่ว (ลูกจ้างชั่วคราว) ต้องจำทนครับ แม้ว่าคุณจะจบวุฒิโทก็ได้แค่ 9900 (หักประกันสังคม สี่ร้อยด้วยนะ เอ้อ) ดังนั้นจำทนครับ ค่าครองชีพทุกอย่างขึ้น ค่าความอดทนต้องขึ้นตามด้วยครับ

  2. เยี่ยม ในยุคน้ำมันแพง ข้าวโหด รถเมล์เหี้ยม ไม่ไหวครับพี่น้องผองเพื่อน

  3. เหอะๆๆ ถ้าได้เงินเดือน แค่นี้เจงๆๆก้อไม่ไหว เหมือนกานอ่านะ
    เพราะว่าเด่วนี้น่ะ ค่าครองชีพมานสู้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆสูง เจงๆๆๆ
    แบบว่า ข้าวก้อแพงแสนแพง ถ้าต้องเปง อย่างนั้น จิงๆๆก้อต้อง ทน และ ทน ต่อไปเน้อ
    เพื่อความเปงอยู่ ไง

  4. เข้าใจว่าตำแหน่งนี้ คือ ผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด หรือ เจ้าหน้าที่ห้องสมุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุด ไม่จำเป็นต้องจบบรรณารักษ์ก็ได้ สามารถมาเรียนรู้ได้ แต่สุดท้าย ก็ทำงานไม่ต่างจากบรรณารักษ์ แต่ถ้า ตำแหน่ง บรรณารักษ์ อัตราเงินเดือนจะได้วุฒิปริญญาตรี ค่าครองชีพแล้วแต่ที่จะให้เท่าไหร่

    สงสัยถ้าประกาศตัวนี้ สถานที่ทำงานแห่งนี้อยู่กทม. คงจะอยู่ไม่ไหวแหงๆ ถ้าไม่ได้เป็นลูกคนมีเงิน คงอยู่ไม่ได้แน่ๆ ไหนจะค่ารถ ค่าเช่าหอ ค่ากินค่าอยู่ ค่าใช้จ่ายต่างๆ อีก

    แต่อีกอย่าง หน่วยงานนี้ คงจะไม่มีงบประมาณมากพอที่จะจ้างก็ได้ มันเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่มีงานทำแต่ต้องการงานจริงๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเอง พอมีหนทางที่ดีกว่า ก็คงจะไปจากที่นี่

    ผู้เขียนเอง ก็เคยทำงาน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุด เหมือนกัน ได้รับเงินเดือน 4,700 บาท (ถ้าจำไม่ผิด) + ทำงานล่วงเวลาอีกประมาณ 1,000 บาท เบ็ดเสร็จก็ได้ประมาณ 5,700 บาท แต่ตอนนั้นจบใหม่มีงานอะไรก็ทำทั้งนั้น แถมต้องผ่อนมอเตอร์ไซต์อีก เดือนละ 1400 บาท กินอยู่ แต่ดีที่อยู่บ้าน

    ตอนสมัครครั้งแรก คุณสมบัติบอกว่ารับ วุฒิ ปวช. ที่จบสาขาวิชาทางด้านบรรรณารักษ์ แต่พระเจ้า ปวช.ที่ไหนเค้ามีเรียนบรรณารักษ์กัน (เท่าที่เคยเห็น) เค้าออกแบบนี้ รู้ทั้งรู้ ยังไงคนที่จบปริญญาตรีสาขาบรรณารักษ์ฯ เท่านั้น ที่ไม่มีงานทำ ถึงเงินเดือนน้อย ยังไงก็ทำไปก่อน ไม่เลือกงาน
    พูดไป ก็จะยาว เฮ้อ เอาเป็นว่า ตอนนี้ที่นี้ก็ถือเป็นใบเบิกทางให้เรามีประสบการณ์ และได้งานอื่นที่มั่นคง แต่อย่างว่า เงินเดือนเยอะ ก็เป็นเหมือนเงาตามตัว อิอิ

  5. คิดว่านี่คงเป็นอัตราเงินเดือนตามระบบราชการหรือเปล่า…
    ซึ่งถ้าหากจะเปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยนที่ระบบทั้งหมดค่ะ
    คงจะเปลี่ยนที่องค์กร (ห้องสมุด) อย่างเดียวไม่ได้
    ราชการที่ไหนก็เงินเดือนเท่านี้ (ถ้าไม่มีพวกค่าเบี้ยกันดารให้)

    คุณรู้ไหมคะ ครูโรงเรียนเอกชนระดับอนุบาล-ประถมตามบ้านนอกได้เงินเดือนกันเท่าไหร่
    วุฒิปริญญาตรี เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 3000 – 5000 บาท
    อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ปริญญาตรี ได้เท่านี้จริงๆ น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก
    ถ้าโรงเรียนไหนให้ 6000 นี่ถือว่าหรู(มาก)แล้ว (ย้ำว่าโรงเรียนเอกชนที่ไม่ใช่อำเภอเมืองนะ)
    (จากการสอบถามของเหล่าครู ที่เรียนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูด้วยกัน)

    เพื่อนแม่เรา เป็นผู้ช่วยครู วุฒิอนุปริญญา
    ดูแลเด็กๆ ชั้นอนุบาล
    ได้เงินเดือน 2,700 บาท ค่ะ ได้เท่านี้จริงๆ

    เราเคยบ่นเรื่องนี้ในไดอารี่อยู่เหมือนกัน
    ก็มีน้องคนนึง บอกว่า ป้าของเค้า เป็นครูมายี่สิบปี
    ประสบการณ์การทำงานยี่สิบปีนะคะ ได้เงินเดือนเจ็ดพันบาท….
    น้อยกว่าเด็กเพิ่งจบในเมืองเสียอีก

    เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมการศึกษาบ้านเราถึงได้ย่ำอยู่แบบนี้…

  6. ตอนนี้อยู่ รร อินเตอร์ ได้อยู่เกือบ 40 K + ประสบการณ์ แต่กว่าจะผ่านมาได้ก็ใช้เวลาผ่านด่านอยู่ 6 เดือน เงินเดือนขึ้นทุกปี สวัสดิการดีมาก เบิกได้ และสนับสนุนการศึกษาต่ออีกต่างหาก ตอนนี้ตำแหน่งว่าง ชวน น้อง ๆ มาสมัครงานแต่ไม่มีใครมาสมัครสักคน พอบอกว่า ต้องสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ ก็ถอยหนีกันหมด ไม่เข้าใจจริง ๆ ความจริงแล้ววิชาชีพนี้ ถ้าได้ภาษาอังกฤษ อนาคตรุ่งโรจน์สุด ๆ

  7. ตำแหน่งนี้เป็นเจ้าหน้าที่ทั่วไป ตามหลักคงไม่ได้ทำงานเฉพาะทางของบรรณารักษ์เท่าไหร่ แถมวุฒิปวช. เงินเดือนประมาณนี้ก็ถือว่าไม่ต่ำนัก

    อยากให้มีค่าวิชาชีพบรรณารักษ์เหมือนกัน แต่ก่อนอื่นคงต้องปรับทัศนคติของผู้บริหาร ให้เห็นความสำคัญของห้องสมุดก่อน ไม่งั้นคงไม่มีใครอยากจ้างบรรณารักษ์วิชาชีพ มาทำงานที่ตัวเองไม่เห็นความสำคัญ แล้วยังต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก

    ว่าแต่คุณ Mr.T ทำงานที่ไหนครับ น่าสนใจจริง ๆ ^^

  8. เห็นด้วยกะ Mr. T กะ projectlib ค่ะ เพราะเราก็ทำงานที่โรงเรียนอินเตอร์เหมือนกัน แต่เงินเดือนไม่เท่ากับ Mr. T หรือนะคะ แต่ก้ไม่ขี้เหร่ เหมือนกับที่ประกาศ และคิดว่า สมัยนี้อ่ะ ต่อให้คุณจบแค่ ม. 6 หรือ ปวส. แค่เพียงคุณได้ภาษาอังกฤษ คุณก็ได้เงินเดือนเทียบเท่ากับคนจบปริญญาตรีแล้วอ่ะ ส่วนเราก็กำลังเรียน ปริญญาโท แต่พอทราบฐานเงินเดือนปริญญาโทนี้แทบท้อเลยอ่ะ บางทีก็คิดว่า จะเรียนไปทำไมเนี่ย เด็กจบใหม่ที่เก่งภาษาอังกฤษ ได้เงินเดือนเยอะกว่าเราอีก เฮ้อ!

  9. ทราบข่าวจากรุ่นน้องที่เรียนโทด้วยกันว่า ไปสมัครครู กทม. มีคนสมัครประมาณ 800 คน รับได้ 18 อ่านหนังสือแทบกระอัก แต่ที่ทำงานเรา หาคนจบบรรณารักษ์มาสมัครแทบไม่ได้ เพราะว่าทุกคนกลัว กลับการพูดภาษาอังกฤษ ผลสุดท้าย เราได้เด็กสาขาอื่น แล้วมาเทรนฯ วิชาทางบรรณารักษศาสตร์เอาเอง เราเชื่อว่านอกจากหลักสุตรแล้ว ทักษะทางภาษา ผู้เรียนเองก็จำต้องฝึกเอาด้วย

  10. สำหรับตำแหน่ง ผู้ปฏิบัติงานห้องสมุด ด้านบนเงินเดือนน้อยนิดเหลือเกิน แล้วยังต้องทำงานใน กรุงเทพฯ อีกคิดว่าคนที่จะมาสมัครตำแหน่งนี้คงต้องคิดหน่อยนะค่ะ แต่ในต่างจังหวัด ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดเงินเดือนก็ได้ประมาณแหละค่ะ แต่ยังดีที่ว่าอยู่ต่างจังหวัดและอยู่แบบพอเพียง ก็อาจจะไม่เป็นปัญหามาก (หรือเปล่าไม่รู้นะ)

  11. น่าสงสารจังค่ะ เงินเดือนนิดน้อยเเบบนี้ ใครจะมีกำลังใจอยากรับราชการทำงานในห้องสมุดล่ะ แต่ที่น่าสนใจอยู่ 2 ข้อคือ ข้อที่หนึ่งอัตราเงินเดือนนี้ เป็นอัตราที่ได้รับการปรับปรุงตามฏหมาย เเรงงาน ตั้งเเต่ปีไหนล่ะ มัวเเ่ต่เเก้ไขรัฐธรรมนูญกันทุกๆ 5 ปี ทำไมไม่สนใจการดำรงชีพของ คนธรรมดาบ้าง ข้อที่สองนี้ไม่ทราบว่าสมาคมห้องสมุดเเ่ห่งประเทศ มีบทบาทอย่างไรบ้าง ที่จะเรียกร้องความสนใจจากรัฐ ใ้้ห้มีการปรับปรุงเงินเดือนบรรณารักษ์เเละพนักงานห้องสมุด

    สำหรับเรื่องการได้เปรียบเสียเีปรียบทางภาษาอังกฤษนั้น คิดว่าเเ้้ก้ได้ถ้าพยายาม คนไทยอ่านภาษาอังกฤษเก่ง ทำไวยกรณ์ได้คล่อง เรื่องฟังอาจไม่ค่อยถนัด เรื่องพูดเราก็เขินเป็นธรรมดา อาจฝึกทักษะการฟังด้วยการฟังข่าวภาษาอังกฤษทุกวัน มีเว็บไซท์ี่ที่น่าสนใจ อย่างเช่น Bangkok Post เเละ CNN ที่จะช่วยให้เราเก่งภาษามากขึ้น

  12. น่าเห็นใจจริง ๆ ด้วยครับ แล้วยิ่งในกรุงเทพฯ จะไปพอเลี้ยงใครได้ล่ะนี่ ลำพังตัวเองยังยากเลย

  13. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุด ไม่ใช่บรรณารักษ์โดยตรง
    แถมวุฒิการศึกษา ปวช. ก็น่าจะประมาณนี้แหล่ะ
    เพราะ ปวส.ก็แค่ 5,900 เอง (สาขาอื่นนะ)

    แต่ก็ต้องถามตอนสัมภาษณ์นะว่า มีสวัสดิการอะไรบ้าง
    บางที่จะมีค่าครองชีพเพิ่มให้อีกเดือนละพันบาท

  14. รู้แล้วว่าเป็นของมหาวิทยาลัยไหน แต่หมดเขตรับสมัครสอบไปแล้วนิ

  15. มหาวิทยาลัยไหนรู้แล้วก็เงียบไว้นะครับ คุณน้อง อิอิ
    ส่วนน้องสาว ไม่ใช่ที่น้องคิดหรอกจ้า5555

  16. ตอนนี้ผมก็เรียนบรรณารักษ์ ปีสามอยู่
    เห้นแบบนี้ผม กะจะต่อโท บรรณารักษ์ แล้วลองไปทำเมืองนอกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

    เมืองไทยอาชีพบรรณารักษ์หลายคนยังคิดอยู่ว่า ให้ครูที่ทำหน้าที่สอนทำแทนก็ได้
    บางโรงเรียน บรรณารักษ์เป็นอาชีพเสริมของครูที่สอนประจำอยู่แล้ว
    พอเลิกเรียนก็มาเฝ้าห้องสมุดแทน

  17. จริงๆแล้วผมว่าน่าจะลดจำนวนคนที่ดูแล เพิ่มค่าจ้าง และใช้เทคโนโลยีสูงกว่านี้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระนะครับ

    ส่วนการดูแลรักษาหนังสือน่าจะจ้างน้องๆ นักเรียนมาทำงาน part time เอาก็ได้ หรือไม่ก็ร่วมมือกับทางสถานศึกษา รับนักเรียนทุน มาทำงาน

  18. เรามาช่วยกันยกระดับของวิชาชีพเราให้ดูดีไปกว่านี้กันดีไหมคะ ทำงานหนักมากขึ้น การมีเว็บไซต์ทำให้เรามีช่องทางการถกแถลง รู้จัก และสร้างความเข้มแข็งร่วมกัน ก่อนที่จะให้ผู้อื่นยอมรับ เราต้องสร้างพลังสมอง รวมถึงภาพลักษณ์ของวิชาชีพในประเทศไทยให้ดีขึ้นกว่านี้ คิดว่าอะไร ๆ ก็คงดีขึ้นตามมาค่ะ

  19. อันนี้เป็นสาเหตุว่าทำไมไม่ค่อยมีคนมาเรียนสายอาชีพนี้กันครับ เพราะต่อให้จบ ป.โท มา อย่างหรูก็ 14,000 ซึ่งน้อยมาก ๆ ประเทศเราก็ได้แค่นี้แหละครับสำหรับสายอาชีพนี้ ซึ่งถ้าเรามาดูความรับผิดชอบกันจริง ๆ แล้ว ก็น่าจะเหมาะสมนะครับ อันนี้คิดกันแบบผู้ใหญ่คิดกัน คือ ก็แค่เฝ้าห้องสมุด คุณจะเอาอะไรกันนักหนา แถมภาระหน้าที่รับผิดชอบก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก และห้องสมุดก็ไม่ใช่แหล่งรายได้ (อันนี้คิดแบบเอกชน เอาเงินเป็นตัวตั้ง) ที่ผมผันตัวเองเป็นมาทำงานด้านคอมพิวเตอร์ก็ด้วยสาเหตุหลักนี้เหมือนกัน จบบรรณารักษ์ทำไมต้องไปเป็นบรรณารักษ์ด้วย ในเมื่องานอาชีพอื่น ยังมีอีกเยอะแยะที่ก้าวหน้าและเงินเดือนมากกว่านี้ แต่ถ้าคิดว่าจบใหม่มีอะไร ๆ ก็ทำ ๆ ไปก่อน ก็ดีครับ เพราะว่าจะได้มีใบประสบการณ์เบิกทางให้เราไปสู่อาชีพอื่น ๆ ได้ แต่ขอบอกว่าผ่านงานเฉพาะห้องสมุดมาเนี่ย อ้างอิงลำบากครับ ถ้าคุณไปสมัครงานเอกชน

    ส่วนราชการก็ต้องเรียน โท และเงินเดือนเพิ่มอีกนิดหน่อย เท่าที่เคยอยู่ในสายอาชีพนี้ และก็ไปประชุมหลายที่ ก็ได้ยินบ่น ๆ กันประมาณนี้ทั้งนั้น หรือบางทีก็บอกว่าคนนุ้น คนนี้จบโท ด้านบรรณารักษ์กันแล้ว อุ้ยเก่งจังเลยเนอะ จะได้อัพตำแหน่ง จบ โท บรรณารักษ์เนี่ยนะครับ ขอบอกเลยว่า ทำงานด้านอื่น ๆ ยากมาก ถ้าคุณไม่มีความสามารถพิเศษ เป็นต้นว่าภาษาอังกฤษ หรือญี่ปุ่น (ถ้าคุณเก่งภาษา เขาก็รับคุณเพราะคุณเก่งภาษา ไม่ได้รับคุณเพราะคุณเชี่ยวชาญวิชาชีพบรรณารักษ์ หรือจะเถียง) เพราะถึงแม้ว่าปัจจุบันไม่มีบรรณารักษ์ห้องสมุดก็อยู่ได้ครับ ถ้าเทียบอัตราเฉลี่ยการอ่านหนังสือต่อปีของเด็กไทย ผมจำไม่ได้ว่ากี่บรรทัดต่อปี เอาคนอื่น ใครก็ได้ที่ไม่จบบรรณฯ มาก็ได้มาฝึกนิดหน่อยก็เป็นแล้ว เพราะเขาถือกันว่าถึงทำงานผิดพลาด มันก็ไม่ใช่ความผิดพลาดระดับใหญ่อะไร อย่างมากก็แค่ Search ไม่เจอเท่านั้นแหละ ถ้าคุณบอกว่ามีเพียงบรรณารักษ์เท่านั้นที่รู้จัก MARC กับ DDC หรือ LC อันนี้ก็ไม่เถียง แต่ลองคิดดูกันเล่น ๆ ครับ สมมติว่าเอาคนที่ไม่จบมาเลยทางด้านนี้ มาทำการจัดหมู่หนังสือ แล้วจัดผิด ผู้ใช้จะรู้ไหมครับว่าหนังสือเล่มนี้ควรจะอยู่หมวดนี้ เช่น จัดหนังสือด้านวรรณกรรมไปอยู่หมวด 400 ทั้ง ๆ ที่มันควรจะอยู่ 800 อะไรประมาณนั้น เพราะเลขหมู่มันก็แค่ Address ที่บอกคุณว่าหนังสือนั้นอยู่ตรงไหน แค่นั้นแหละ ขอแค่หาเจอผู้ใช้ก็ Happy แล้วเขาไม่สนกันหรอก เพราะถือว่าไม่ได้สลักสำคัญอะไรกันนักหนา

  20. คุณ@LIB ก็พูดเกินไปนะคะ ใครๆเขาก็รักอาชีพของตัวเอง คุณยังจบบรรณารักษ์มาเลย ยังดูถูกอาชีพตัวเองอีก แถมชื่อคุณยังบ่งบอกว่ายังอยู่ห้องสมุดอยู่เลย คุณน่าจะพูดในแง่อีกแง่นะคะ ประมาณว่าน่าจะมีการส่งเสริมให้ความสำคัญมากกว่านี้ ส่งเสริมให้ภาพลักษณ์อาชีพนี้ดีขึ้นๆไป ที่คุณพูดมาก็มีส่วนถูก แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะทุกวันนี้คนที่เขาทำงานด้านอาชีพนี้ก็ยังมีอยู่มาก และบางคนก็ยังอยู่ได้ตั้งนานหลายปี บางที่ก็เงินเดือนก็ไม่น้อยซะด้วยซ้ำ ลองคิดดูนะคะถ้าในโลกนี้ไม่มีบรรณารักษ์สักคนเดียวดูซิว่า จะสามารถทำให้หนังสือทั้งหมดอยู่ในระบบได้ยังไง แล้วจะมีห้องสมุดมาให้หาข้อมูลหรือไม่

    ส่วนตัวเองแรกๆเข้ามาก็มาในตำแหน่งพนักงานห้องสมุดนะคะ ทั้งๆที่จบบรรณารักษ์ ต่อมาถึงค่อยมีการปรับเปลี่ยนชื่อเป็น ผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดนั่นแหละค่ะ แต่โชคดี ด้วยภาระงาน+วุฒิการศึกษา ทำให้เจ้านายปรับตำแหน่งให้เป็นบรรณารักษ์แล้วค่ะ แล้วก็ตั้งแต่ทำงาน แรกๆเงินเดือนก็ไม่น้อยไม่มากเกินไป พกินพอใช้ มีเงินเก็บด้วยซ้ำ จนกระทั่งอยู่ๆไป ทุกๆปีก็มีการปรับขั้นเงินเดือน มีการปรับบัญชีเงินเดือน ได้เงินตกเบิกบ้าง นี่ก็ออกนอกระบบแล้วเงินเดือนก็อัตราใหม่แล้ว ตอนนี้ล่าสุดเงินเดือนประมาณ 13K ค่ะ แล้วยิ่งถ้าได้ไปเรียนต่อจบมาก็จะอีกอัตรานึงค่ะ

    ถ้าทุกคนคิดแบบคุณแบบนี้ทุกคน ก็คงไม่มีใครเป็นบรรณารักษ์น่ะสิคะ หนังสือก็คงพะเนินเทินทึก จิงอยู่หนังสือ ใครจะจัดก็ได้ แต่จิงๆแล้วรู้หรือป่าวล่ะคะว่า ต้องจัดแบบไหน หมวดเหล่านั้นมีที่มายังไง ลักษณะยังไง จึงจะเป็นระบบ

    อย่าลืมนะคะว่า บรรณารักษ์มีหน้าที่ให้บริการข้อมูล แหล่งข้อมูล ฐานข้อมูลของทุกๆสาขา ที่จะเป็นรากฐานในการศึกษาในระดับสูงๆขึ้นไปค่ะ ควรจะให้ความเคารพ มีจิตสำนึกกับอาชีพนี้มากๆนะคะ เพราะทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังเพื่อให้คนทั้งหลายได้เจอกับข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสบายๆค่ะ

    ที่เมืองนอกนะคะ เขายกย่องบรรณารักษ์มากๆ พอๆกับที่เมืองไทยยกย่องอาชีพแพทย์นั่นแหละค่ะ เพราะเขาคิดว่าอาชีพนี้ทำหน้าที่ให้ข้อมูล ที่สนองความต้องการได้ และต้องความอดทนและเสียสละ เหนื่อยเพื่อให้ผู้ใช้ได้ข้อมูล จึงต้องเคารพมากๆค่ะ

  21. ใจจริงผมก็ไม่อยากจะเขียน comment นี้ขึ้นมาหรอกครับ เพราะแต่ล่ะคนก็ต่างความเห็นกัน แต่ผมเห็นที่โพสต์เอาไว้มันทำให้รู้สึกหงุดหงิด เลยต้องพูดความจริงออกไป ตามที่คุณบรรณารักษ์คนนึงบอกนั่นแหละครับ ผมอาจดูถูกสายวิชาชีพตัวเอง เพราะไม่ค่อยจะมีความผูกพันกับบรรณารักษ์มากนัก ถึงแม้ตัวเองจะจบมาทางด้านนี้ และเคยทำงานในห้องสมุดมากว่า 4 ปี ผมขอตัวก่อนว่าตอนเรียน เรียนไม่ค่อยเก่ง เกรดเฉลี่ยตอนจบก็แค่ 3.84 เอง เอาล่ะเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ ผมไปสมัครงานด้านบรรณารักษ์หลายแห่งเหมือนกัน และก็ได้เข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยตำแหน่งบรรณารักษ์ระดับ 4 เงินเดือนก็ไม่มากนัก ประมาณ 9k บาท จนกระทั่งลาออกหลังจากทำงานไป 4 ปี ด้วยเงินเดือนสุดท้ายที่รับประมาณ 14k บาท

    ตามข้อคิดเห็นที่คุณเขียนมาผมไม่เถียงเลยครับ เพราะเป็นจรรยาบรรณ และวิชาทางสายวิชาชีพ และห้องสมุดก็ต้องให้บรรณารักษ์เป็นคนจัดการระบบและหมวดหมู่ ถ้าไม่คิดกันเรื่องเงินเดือน ผมคงทำสายวิชาชีพนี้ได้อย่างสบายใจ ผมไม่ทราบว่าภาระหน้าที่+คุณวุฒิของ “คุณบรรณารักษ์คนหนึ่งเป็นอย่างไร” แต่ผมจะเล่าของผมให้ฟัง

    1. ดูแลระบบ Intergrated System รวมทั้งติดต่อกับ Software Provider เพื่อหาระบบใหม่ ๆ เข้าห้องสมุด
    2. Helpdesk support Hardware+Software and Server Maintenence (Windows Server 2003, AIX, DB2 and Windows XP,98SE)
    3. Computer Hardware M/A Installation Hardware+Software (เคยต้องเอาเครื่องมาซ่อมเองด้วย เพราะไม่มีช่าง)
    4. Software Developer especially programming for the special purpose to support the librarian and user.
    5. Network M/A (Assitance)
    6. System analysis and design cooperation with software provider for the Intergrated System developer (Core program)
    7. E-Thesis Online developer, M/A and support (Web Base programming for the intranet used only)
    8. Web OPAC Search developer (Web Base design)
    9. Report building support for the library and administrative section (SQL query from DB2 database) อันนี้ต้องทำเนื่องจากบางทีผู้บริหารต้องการข้อมูลที่ไม่มีอยู่ในระบบ ILS ที่จัดหาเข้ามา
    10. Web content developer and VOD (Video on demand) programming and design
    11. Library Science Techniques, for example cataloging assits, IT’s book recommadation for the Information developer
    12. Other jobs about the IT or computer sciences, programming

    ครับงานผมก็มีเท่านี้แหละที่ต้องรับผิดชอบ สมัยที่ผมอยู่ผมมีพี่อีกคนนึงที่เขาจบด้าน Comp Sci มาแต่มาทำงานในห้องสมุด เขาจะไม่รู้เรื่องบรรณารักษ์ ส่วนบรรณารักษ์จะไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เพราะฉะนั้น ความซวยเลยตกอยู่กะผมต้องไปเป็นส่วนกลางเชื่อมต่อระหว่างบรรณารักษ์กะคอมพิวเตอร์ จนความเบื่อสุดจะทนถึงขีดสุด ก็เลยลาออกมาเป็น Computer Engineer ดีกว่า (แต่รู้สึกว่าคิดผิด เพราะงานหนักมาก)

    ผมเห็นด้วยกะคุณทุกประการเรื่องตำแหน่ง หน้าที่ เกียรติภูมิ และบทบาทบรรณารักษ์ในสังคม ในฐานะผู้ให้ข้อมูล องค์ความรู้เพื่อเป็นรากฐานแห่งการศึกษา ซึ่งเป็นภาระที่หนักหน่วงมาก แต่จะมีใครสักคนที่คิดถึงข้อนี้กัน ทุกคนมองแค่ว่าบรรณารักษ์ก็แค่คนเฝ้าห้องสมุด เพราะที่นี่เมืองไทย ไม่ใช่เมืองนอก และจาก JD ของผม คุณคิดว่า เงินเดือนที่ผมรับเดือนสุดท้ายตอนลาออกมา คุ้มค่ากันไหม? ลองกลับไปถามใจคุณดู

    ทุกวันนี้ที่เดิมก็เปิดรับตำแหน่งใหม่แล้วครับ คุณลองเข้าไปดูตามลิงค์นี้ครับ http://www.kkulib21.com/forum/viewtopic.php?f=4&t=32 เผื่อคุณสนใจจะไปสมัครก็ได้ แต่ผมไม่ทราบว่าเขาจะให้คุณเท่าไหร่ ถ้าสนใจทำงานด้าน IT ก็เชิญเลยครับ เพราะตำแหน่งที่เปิดมานี้แทนผมโดยเฉพาะ อาจารย์ผมก็เรียกตัวผมกลับไปทำเหมือนกัน เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ต้องต่อรองเงินเดือนกันหนักหน่อยแหละครับ

    ทุกวันนี้ผมทำงานหนักมาก เพราะก้าวมาสายอาชีพด้านคอมพิวเตอร์เต็มตัวแล้ว ไม่ค่อยมีเวลาจะพัก เลิกดึก สักวันถ้าไม่ไหวผมอาจจะกลับไปทำงานด้านบรรณารักษ์อีกก็ได้ครับ เพราะว่าสบายกว่าเยอะมาก ๆ ไม่เครียดด้วย ผมกับคุณอาจจะได้พบกันในการประชุมหรือสัมมนาที่ไหนสักแห่ง (คุณวายเจ้าของบล็อกน่าจะโพสต์กระทู้นะครับว่า “ทำไมบรรณารักษ์ชอบประชุมสัมมนากันบ่อยจัง ซึ่งหัวข้อส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับ IT แต่ความรู้ด้าน IT ของบรรณารักษ์ทำไมเท่าเดิม หรือถอยหลังลง”) ถ้ายังไงก็ Mail มานะครับที่ eakkaro@hotmail.com ยินดีรับฟังคำด่าเสมอ เพราะผมเองชอบเขียนตรง ๆ คิดอะไรได้ก็เขียนไปตามนั้น ไม่เสแสร้ง

  22. กำ ต่างคนต่างความคิดกันจริง
    ใจเย็นๆ กันทั้งคู่นะครับ ทั้งคุณ “บรรณารักษ์คนนึง” และ “@LIB”

    ว่ากันเหตุผลแล้ว ผมเชื่อว่าทั้งคู่ต่างมีเหตุผลของตัวเองในการเป็นบรรณารักษ์ หรือ รักในวิชาชีพ หรือความผูกพันในวิชาชีพ

    สิ่งเหล่านี้เกิดกับตัวของเราเองครับ ไม่มีใครบังคับใครได้หรอก

    แต่ประเด็นหลักของเรื่องนี้อยู่ที่แนวทางในการพัฒนาวิชาชีพ มิใช่หรือครับ

    ผมเองอยากเห็นวงการนี้พัฒนาในเมืองไทยมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ก็รู้ว่าคงไม่ถึงขั้นเมืองนอก
    แต่ถ้าได้ปรับปรุงการทำงานระดับนึงผมว่า แค่นี้ก็ดีสำหรับในประเทศเราแล้วครับ

    อย่างผมเองตอนนี้ผมทำงานในวงการอินเทอร์เน็ต (Search Engine) ยอมรับว่าที่คุณ @LIB บอกว่าเงินดี แต่งานหนัก อันนี้แน่นอนครับ มันเป็นอย่างนั้น

    หากใครเคยอ่านบทความที่ผมเขียนในเรื่องเวลาส่วนตัวจะรู้ว่ผมนอนวันละแค่สองชั่วโมงเท่านั้น
    เวลาให้ที่บ้าน เพื่อนๆ รวมถึงแฟน แทบไม่มี ต่างจากตอนที่เป็นบรรณารักษ์อย่างสิ้นเชิง ที่มีเวลาในการคิดสิ่งต่างๆ เพื่อพัฒนาห้องสมุด

    เอาเป็นว่า มาช่วยกันคิดดีกว่าจะทำยังไงให้ห้องสมุดเราพัฒนาดีกว่าครับ

  23. ลืมตอบของคุณ @LIB อีกข้อเรื่อง การประชุมสัมมนาเรื่องไอที จริงอยู่ครับที่มีการสัมมนาเยอะมากแต่ ต้องสังเกตอย่างนึงว่าเอาใครมานั่งฟัง อิอิ

    ถ้าขืนผมตั้งประเด็นนี้ อาจถูกด่าอีกรอบ
    จริงๆ ตั้งแต่เปิดบล็อกมาเรื่องที่เขียนรุนแรงจริงๆ มีหลายเรื่องนะครับ

    แต่เอาเรื่องที่คิดว่าน่าจะสร้างประโยชน์ได้ดีกว่าครับ

  24. ปิดกระทู้นี้ไปเลยดีกว่า
    เดี๋ยวคนมาว่าอีกนะวาย
    ว่า บล็อกนี้ไม่สมานฉันท์
    ก๊ากๆๆ

  25. สิ่งหนึ่งที่อาจารย์มักจะบอกเราว่า วิชาชีพเราไม่ก้าวหน้า เพราะว่าคนในวิชาชีพนี้ ไม่รักกัน…

  26. สงสัยว่าคุณ @LIB คงจะมีเรื่องฝังใจอะไรแน่ๆ ถึงได้มาเหมารวมกับอาชีพนี้ แต่ดิฉันคิดว่า ในฐานะที่คุณก็ไม่ได้ทำอาชีพบรรณารักษ์แล้ว คุณก็ควรให้เกียรติอาชีพนี้บ้าง(ซักนิดก็ยังดี) คุณก็ไปทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ก็ต่างคนต่างมีอาชีพของตัวเอง คุณก็ได้เลือกทางของคุณแล้วนี่คะ แล้วก็ผลการเรียนของคุณ คุณเป็นคนเรียนเก่งคนนึงเลย เกียรตินิยมเลยนะเนี่ย ไม่อยากให้คุณพูดแบบนี้เลยนะคะ ทำให้คุณดูไม่ดีจริงๆนะคะ ในบอร์ดนี้ หลายๆคนที่เข้ามาอ่าน ส่วนมากเขาก็เป็นบรรณารักษ์ทั้งนั้น ถึงแม้ว่า บอร์ดนี้จะเปิดกว้างรับความคิดเห็นทุกคน แต่คุณก็ควรให้ความเห็นที่เหมาะสมด้วย ลองคิดในมุมกลับกัน ถ้ามีคนมาดูถูกอาชีพ Computer Engineer บ้างล่ะคะ คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง

    ส่วนคำถามที่คุณพูดถึงภาระงาน ตอนนี้ที่ทำคือ

    -งานวิเคราะห์ทรัพยากรหนังสือ วิทยานิพนธ์ (หนังสือต้องออกให้บริการทุกๆอาทิตย์ โดยเฉลี่ย 15-20 ต่ออาทิตย์ ส่วนวิทยานิพนธ์แล้วแต่จะมี)/เตรียมข้อมูลปชส. บนเว็บ

    – งานบริการยืม-คืน อยู่ทั้งระหว่างวัน และนอกเวลา รวมวันเสาร์ด้วย

    – งานพัฒนาทรัพยากร (สิ่งพิมพ์ได้เปล่า/จัดหาเข้ามาเพิ่ม/ตอบจดหมายกลับ)

    – งานบริจาคหนังสือ (นำหนังสือที่เหลือไปบริจาคต่อ / จัดทำโครงการบริจาคต่อให้โรงเรียนที่ขาดแคลน / จัดการบรรดาหนังสือทั้งหมดที่มาทีละมากๆ)

    – งานจำหน่ายสินค้าภายในห้องสมุด (รับผิดชอบทุกอย่างรวมทั้งการบัญชีด้วย)

    – งานกิจกรรมโครงการอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย

    – งานประชุมงานวิเคราะห์ทรัพยากรกับวิทยาเขตต่างๆ (แล้วแต่จะได้รับแจ้ง)

    – งานประชุมสัมมนาในสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ถูกให้ไป/ ต้องสมัคร เพื่อนำไปพัฒนางาน

    – ศึกษาดูงานตามห้องสมุดต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

    นี่แหละค่ะ ภาระงานที่คุณอยากทราบเกี่ยวกับดิฉัน รวมๆแล้วน้อยกว่า ไป 3 ข้อ แต่ก็นั่นแหละค่ะ ทุกๆคนต่างมีภาระงานที่รับผิดชอบต่างกันไป ตามภาระหน้าที่ของตัวเอง

    แล้วก็ที่คุณบอกให้ดิฉันไปสมัครงานตำแหน่งบรรณารักษ์ที่ม.แห่งนั้น ดิฉันก็คงไม่ไปหรอกค่ะ เพราะทุกวันนี้ภาระงานดิฉันก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างดิฉันคิดว่า อย่างน้อยก็คงมีเด็กจบใหม่ น่าจะเปิดโอกาสให้กับเขาจะดีกว่านะคะ ดีกว่าไปเบียดบัง แล้วก็เงินเดือนที่จะได้เท่าไหร่ ดิฉันก็คงไม่ทราบค่ะ และเชื่อว่าคนจบใหม่กะคนที่ทำงานแล้วก็คงให้อัตราที่ต่างกัน หรือไม่ต่างก็ไม่ทราบเหมือนกัน ที่คุณทำงานมาแล้วได้เงินเดือนเท่านั้นเท่านี้ อันนี้ดิฉันไม่ทราบนะคะ ว่าที่ๆนั้นเขามีนโยบายยังไง ต้องทำงานยังไงถึงเข้าตา ส่วนที่ๆของดิฉันมีการปรับเงินเดือนทุกๆปีค่ะ ทั้งปรับขั้น, ให้%, อื่นๆ แล้วแต่กรณี การทำงานอาชีพนี้แม้ว่าจะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ดิฉันก็ดีใจนะคะ ที่ได้เห็นผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ต้องการ เวลาที่เห็นเขาเจอหนังสือที่ต้องการ แล้วเราบอกว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้นะ แล้วเขาก็ขอบคุณเรา มันทำให้เราหายเหนื่อยเลยค่ะ

    ดิฉันคิดว่า ถ้าคุณไม่ชอบทำงานบรรณารักษ์ แต่ควรจะช่วยพัฒนาวิชาชีพนี้จะดีกว่านะคะ อาจจะช่วยในด้านพัฒนาโปรแกรมของบรรณารักษ์ หรือชี้แนะบรรณารักษ์ด้านไอที

    เท่าที่อ่านมาเนี่ยรู้สึกว่าจะเอาบรรทัดฐานตัวเองเป็นที่ตั้งนะเนี่ย คุณกำลังเอางานราชการไปเปรียบเทียบกะเอกชนนะคะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันเทียบกันไม่ได้เลย เอกชนยังไงก็ได้เปรียบในเรื่องเงินอยู่แล้ว ถ้าคิดกลับว่าถ้าจบด้านคอมมา แล้วมาสมัครในงานราชการดิฉันเชื่อว่า เงินเดือนก็คงไม่ต่างเท่าไหร่หรอก เพราะราชการเขาจะมีตารางเงินเดือนที่กำหนดตายตัวไว้แล้ว

    อยากขอบคุณเจ้าของบล๊อกนี้มากๆที่ให้ความรู้ นะคะ ขอบคุณจิงๆ คุณProject Lib ดิฉันเข้ากลุ่มในไฮ5 ของคุณแล้วนะคะ

    คุณMr.T ไม่ทราบว่าเรียนโทที่ไหนคะ ตอนนี้กะว่าจะไปเรียนด้วยเหมือนกันค่ะ

    ****อยากฝากไว้นิดนึง “อาชีพเดียวกัน ทั้งที่เป็นอยู่(และเคยเป็น) ควรมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันค่ะ และก็อยากให้ปรับทัศนะคติต่อวิชาชีพนี้ให้ดีขึ้น / มองไปถึงอาชีพอื่นๆด้วยค่ะ

  27. ครับถูกอย่างที่คุณ บรรณารักษ์คนนึงบอก
    อาชีพเดียวกัน ทั้งที่เป็นอยู่ (และเคยเป็น) เราต้องรู้จักเห็นใจกันบ้างครับ

    และสิ่งที่อยากเสริมคือ ทุกอาชีพมีความสำคัญในตัวเอง ไม่ควรดูถูกอาชีพอื่นๆ ด้้วยนะครับ
    เพราะใช่ว่าอาชีพที่เราทำอยู่จะดีที่สุด หรือว่าจะอยู่ได้แค่อาชีพเดียว
    ทุกคนต้องช่วยเหลือและพึ่งพากันตลอดนะครับ

    ผมเองไม่ได้ทำงานบรรณารักษ์ แต่ผมก็เป็นปรึกษาห้องสมุดให้หลายๆ ที่อยู่ดังนั้นเรื่องการพึ่งพากันในอาชีพ ผมจึงมองว่าสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

    รวมถึงที่ผมย้ำกับทุกคนมาตลอด ว่า Sharing Knowledge is power
    ดังนั้นขอให้ทุกคนอย่าอคติ ซึ่งกันและกันเลยนะครับ

    ขอบคุณจากใจ Y – Projectlib

  28. ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่รับผิดชอบห้องสมุดโรงเรียน แต่ไม่ได้จบวิชาเอกบรรณารักษ์ มีชั่วโมงสอน 21 คาบต่อสัปดาห์ และมีบรรณารักษ์ผู้ช่วย 1 คน

    ประเทศชาติ บ้านเมืองนี้ให้ความสำคัญกับบรรณารักษ์น้อยมาก ทุกโรงเรียนมัธยมศึกษามีห้องสมุดทุกโรงเรียน ใหญ่บ้าง เล็กบ้างแล้วแต่วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร แต่จะมีสักกี่โรงเรียนที่มีครูบรรณารักษ์ ที่จบตรงเอก เมื่อจำเป็นก็ต้องจ้างอัตราจ้างที่จบเอกตรง ทั้งจากงบประมาณแผ่นดิน และงบฯโรงเรียน แต่ไม่มีตำแหน่งบรรจุให้เป็นพนักงานราชการ หรือข้าราชการเลย

    ถ้าโชคดีจ้างด้วยงบประมาณแผ่นดินก็จะได้รับเงินเดือนตามวุฒิ แต่ถ้าโรงเรียนจ้างเอง ก็แล้วแต่กำลังของโรงเรียน น่าเห็นใจจริงๆ

    ถึงแม้ไม่ได้จบวิชาเอกมาโดยตรง แต่เมื่อต้องรับผิดชอบก็ได้พยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และพัฒนาปรับปรุงห้องสมุดอยู่เสมอ จนได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดห้องสมุดระดับเขตพื้นที่ศึกษา งานบรรณารักษ์เป็นงานที่หนัก เหนื่อย ต้องใช้ความอดทน และความเสียสละสูง

    อยากบอกน้องๆที่เข้ามา Post ใน Block นี้ว่า งานทุกงานมีความสำคัญ เราสามารถมีความสุขกับงานได้ ถ้าหากเราทำงานเพื่องาน เมื่อเราทุ่มเท และตั้งใจ สักวันผลดีต้องเกิดขึ้นกับชีวิตของเราแน่นอน

    ของให้กำลังใจทุกคนนะคะ

  29. จริงอย่างที่บอก เพราะตอนนี้เราทำงานห้องสมุดโรงเรียน ผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญของห้องสมุดเลย งานหนักมาก ทำทุกอย่างทั้งห้องสมุด หรือบางทีก็มีงานอื่น ๆ อีก ทั้งงานสอน บางครั้งเราก็คิดว่าโรงเรียนใหญ่ ๆ นะจะจ้างคนทำงานด้านนี้โดยเฉพาะนะ ให้เหมือนระบบมหาวิทยาลัย
    ดีนะที่เราเป็นคนรักงาน มีความสุขและสนุกกับการทำงานด้านนี้เราก็เลยยังชอบและรักที่จะทำงานนี้อยู่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s