Summary Projectlib in Barcampbangkok2

เกริ่นเล็กน้อยก่อนเข้าเรื่อง
Barcampbangkok#2 จัดในวันที่ 30 -31 สิงหาคม 2551
ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งานนี้ผมก็ได้เข้าร่วมหนึ่งวันนั่นก็คือ วันที่ 30 สิงหาคม (เนื่องจากวันที่ 31 มีธุระคร้าบ)

วันนี้ผมเลยจะมาเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานนี้ที่งาน Barcampbangkok#2 เป็นอย่างไรบ้าง

เริ่มจากเมื่อไปถึงก็จะมีการลงทะเบียน รับป้ายชื่อ รับเสื้อ และลงทะเบียน wifi
หลังจากนั้นทุกคนก็จะขึ้นไปท่ชั้นสามของอาคารเพื่อเขียนเรื่องที่อยากจะพูด
พอเขียนเสร็จแล้วก็นำไปติดตามกำแพง และผนังตามที่ผู้จัดงานกำหนด
ผู้ฟังเข้าร่วมงานก็จะเดินถือปากกามาโหวตให้เรื่องที่น่าสนใจ
(เรื่องที่น่าสนใจ ก็จะถูกนำไปเป็น topic ในการพูดคุยกัน)

ลงทะเบียนรับป้ายชื่อ + wifi

สำหรับผมเดิมทีก็อยากจะพูดหรอกนะครับ แต่เนื้อหาไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร เลยขอโอกาสหน้าดีกว่า
หลังจากที่พวกเราช่วยกันโหวตเรื่องต่างๆ จนครบระยะเวลาที่กำหนดแล้ว
ก็จะมีการจัดตารางการพูดลงในตารางกำหนดการ จากนั้นเราก็เลือกเรื่องที่สนใจ และเข้าฟังตามห้อง
 

ช่วยๆ กันเลืภ??เรื่ภ??หน่ภ??เร้ว.....

ช่วยๆ กันเลือกเรื่องหน่อยเร้ว.....

งานนี้ต้องขอบอกเพื่อนๆ ก่อนว่าไม่ได้มีแต่หัวข้อไอทีอย่างเดียวนะครับ คนไอทีเราก็อินเทรนด์ เช่น

How to date a japanesegirl - - - top vote จริงๆ

How to date a japanesegirl - - - top vote จริงๆ

จะทำยังไงถ้ารัฐประหาร? - - - ตามกระแสจริงๆ

จะทำยังไงถ้ารัฐประหาร? - - - ตามกระแสจริงๆ

ซึ่งหัวข้อที่ผมเลือกฟังมีดังนี้
————————————————

1. Next Generation Mozilla. Firefox3.1 Tracemonkey
ซึ่งบรรยายโดยคุณ Gen kanai (lecture ภาษาอังกฤษ)

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
การเล่าเรื่องราวแบบคร่าวๆ ของ Firefox รุ่นใหม่ๆ
ชื่อ codename ที่ใช้ คือ Shiretoko ฟีเจอร์ต่างๆ และสนับสนุนอะไรบ้าง
การเปรียบเทียบความเร็วในการทำงานบน brower และให้ลองเข้าไปเล่นดูที่
http://hg.mozilla.org/tracemonkey

————————————————

2. How to manage web project

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
การเล่าถึงประสบการณ์ทำงานของคนที่รับทำ website ว่าต้องมีขั้นตอนใดบ้าง
โดยหลักๆ ก็จะยึดหลักคล้ายๆ ของ SDLC และโมเดลที่นำมาบรรยายก็มีการไล่ขั้นตอนให้คิด (น่าสนใจดี)
ขั้นแรกของการจะรับทำเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามจะต้องรู้จุดประสงค์, รายละเอียดแบบคร่าวๆ ของเว็บไซต์
ต่อมาก็เริ่มทำ structure design ซึ่งต้องประกอบด้วย site map, content, section
พอได้ structure design แล้วถึงจะมาออกแบบในส่วน graphic design
วึ่งจากขั้นตอนในข้างต้น จะต้องมีการเซ็นต์ชื่อเพื่อเห็นชอบจากลูกค้าทุกครั้ง
หลังจากนั้นเราก็นำมาวิเคราะห์เพื่อแตกงานออกเป็นส่วนๆ (สำหรับคนที่ทำงานเป็นทีมจะได้สะดวก)
และเริ่มทำ coding, theming, plug in (แบ่งตามสไตล์ joomla)
ข้อเสนอแนะอีกประการคือ ควรจะเริ่มให้ลูกค้าดูเรือยๆ ตั้งแต่ งานผ่านไปได้สัก 60% ก็ควรให้ดูได้แล้ว
เพราะจากเปอร์เซ็นต์ที่พบส่วนมาก พอให้ดูก็จะมีการแก้ไขตลอด
ดังนั้นถ้าเรานำโครงการที่ใกล้เสร็จมาให้ลูกค้าดู บางทีเราอาจจะต้องแก้ไขมากมายก็ได้

*** การเก็บความต้องการของลุกค้าเป็นสิ่งสำคัญ และเราควรจะต้องให้คำแนะนำกับลูกค้าด้วย
เช่น จะทำเว็บเหมือนกับ hi5 โครงการนี้ใช้เวลา 4 เดือน ซึ่งถ้าถึงตอนนั้นแล้ว
คุณคิดว่าคนที่เล่น hi5 อยู่แล้วจะมาเล่นเว็บคุณด้วยมั้ย อันนี้เราก็ต้องดูเรื่องเวลา และให้คำแนะนำกับเขา

————————————————

3. Sleep late in Bangkok… (Discussion)

ในห้องนี้ผมแค่มาพักผ่อน และฟังเรื่องสบายๆ บ้าง
แต่สาระที่ได้ก็พอมีนะ คือ หลังเที่ยงคืนมีอะไรกินบ้างในกรุงเทพ
และประเด็นหลัก คือ ที่ๆ เราไปกินหลังเที่ยงคืนมีที่ไหนมี wifi บ้าง
ก็เป็นการอภิปรายพูดคุยกันแบบสบายๆ ครับ

————————————————

4. Mash up Application

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
การบรรยายเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมสนใจมาก เรื่องของ mash up app.
ผู้บรรยายได้อธิบาย แบ่งประเภท และยกตัวอย่างของ mash up ได้อย่างกระจ่าง
แนวความคิดหลักของการทำ mash up คือต้องคิดว่าทำแล้วได้อะไร
พัฒนาอะไรมากขึ้น หรือ ใช้งานดีขึ้นหรือปล่าว
ประเภทของ mash up แบ่งเป็น Web, desktop, Mobile
ตัวอย่างของ Mash up web ที่เรารู้จักกันดีคือ digg, monitter, mixmastertube
Tool สำหรับกาทำ mash up มีมากมาย เช่น dapper, yahoo pipe, qed wiki

แล้วที่ผมชอบคือ ขั้นตอนในการคิดที่จะทำ mash up app.
เริ่มจาก WTF -> new concept -> Does it need -> Datasource -> performance, Scalable -> UAT หลังจากนั้นก็วนกันเป็นลูกโซ่เหมือนเดิม

อ๋อแล้วก็จบด้วยการ demo mash up ที่ผู้บรรยายเป็นคนสร้าง คือ sedthink

————————————————

5. How to strategically differentiate you web 2.0

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
เราสามารถสร้างความแตกต่างโดยดูจากสองสถานะคือ

market มีการสร้างความแตกต่างได้ 3 แบบ คือ
(1) ด้านภาษา – เราก็นำต้นแบบจากต่างประเทศมา clone แล้วทำให้กลายเป็นภาาาท้องถิ่น เช่น noknok
(2) ด้านกลุ่ม หรือชุมชน – เรานำแนวคิดเดิมๆ ของการสร้างชุมชนมาใช้เฉพาะในชุมชนเดียวกัน เช่น friendflork (ของ pantip.com)
(3) ด้านประเภท และหมวดหมู่ – นำมาทำให้แตกต่างด้วยการทำเรื่องเฉพาะทาง หรือ หมวดหมู่เฉพาะ เช่น iam.in.th นำ concept ของ digg มา แต่ให้บริการด้านปฏิทินกิจกรรมอย่างเดียว

product มีการสร้างความแตกต่างได้ 4 แบบ คือ
(1) นำเว็บอื่นมาต่อยอด เช่น hi5 + vote system = Miss hi5 ประกวดมิสไฮไฟว์
(2) ทำ mash up application คือเอา product + product
(3) เพิ่มแนวความคิดใหม่ลงในเว็บไซต์ เช่น เอา podcast มาใส่บล็อกเหมือนของพี่บอย macroart
(4) สร้างเว็บแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใครในโลก (คิดยากจัง)

————————————————

6. How to create web traffic and community

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
บางคนคิดแค่ว่าจะทำให้เว็บดังได้ต้องขึ้นอยู่กับ การทำ seo, email marketing
ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เนื่องจากการทำในส่วนนั้นเป็นเพียงแค่หนึ่งในขั้นตอนการประชาสัมพันธ์เท่านั้น
ความเป็นจริงแล้วเราต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบเว็บเลย เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าใครคือเป้าหมายของเรา
ซึ่งผู้บรรยายได้เล่าขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
– ต้องรู้วัตถุประสงค์ของการทำเว็บไซต์ซะก่อน (ทำเว็บอะไร)
– ต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่เราจะนำมาใช้ในการพิจารณาเนื้อหาด้านใน
– ต้องรู้จักวางแผนงบประมาณ กลุ่มผู้ใช้มีรายได้ประมาณเท่าไหร่ เราจะขายของราคาเท่าไหร่ต้องดูด้วย
– ต้องมีแนวความคิด รู้จัก scope งานของเว็บไซต์เรา
– กลยุทธ์ และสื่อ (นี่แหละที่ได้กล่าวข้างต้น มันอยุ่ที่ขั้นตอนนี้) ก็เลือกให้ถูกแล้วกันว่าจะใช้สื่อด้านไหน
– ดำเนินการในการปฏิบัติตามสิ่งที่ได้กล่าวมา
– วัดผล ประเมินผล *** สำรวจทุกอย่างว่าทำอะไรได้ผล ทำอะไรไม่ได้ผล

นอกจากนี้ยังมีการระดมความคิดว่าบล็อก หรือเว็บไซต์ของคุณใช้กลวิธีใดในการโปรโมทเว็บหรือบล็อกของคุณ

————————————————

7. Demo การใช้งาน Joomla, Mambo, WordPress

เปรียบเทียบการใช้งานว่าจริงๆ ก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอก
เพียงแต่คนเราบางครั้งยึดติด และชินกับความคุ้นเคย
จึงไม่ยอมลองสิ่งอื่นๆ บางครั้งก็บอกว่า ยาก ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใช้งาน
แต่ขอยืนยันครับว่า cms มีหลักการคล้ายๆ กันเพียงแต่เราจะนำไปใช้เพื่ออะไรเท่านั้น

————————————————

8. Move from Window to Linux ubuntu

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
แนะนำการใช้งานโปรแกรมเพื่อแทนการปฏิบัตงานด้วย window เช่น
window ใช้ MSN แต่ใน ubuntu ใช้ pidgin, amsn, skype ไปเลย
window ใช้ window media player, แต่ใน ubuntu ใช้ amalox
window ใช้ Microsoft office แต่ใน ubuntu ใช้  open office
window ใช้ nero ในการไรท์ซีดี แต่ใน ubuntu ใช้ kburn ในการไรท์ซีดี
ฯลฯ ซึ่งนับว่ามีประโยชน์เหมือนกัน

เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการลง window และ Linux คู่กันไปก่อน
จะทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้ linux ได้มากขึ้น

————————————————

9. New gTLDs and IDN

ประเด็นที่ได้จากการฟัง
gTLDs คือ general Top Level Domains
หากจะกล่าวง่ายๆ Top Level Domains คือพวก .com, .net, .edu
ในปัจจุบัน หน่วยงานที่ดูแลเรื่องTop Level Domains คือ Icann
แต่ในปัจจุบันเนื่องจากเว็บไซต์มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมาย ดังนั้นทาง Icann
จึงอนุญาติให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการสร้าง Top Level Domains ด้วยตัวเอง
แต่ต้องปฏิบัติตนตามกฎของ Icann และจะเป็นคนดูแลโดเมนนั้นๆ ไปเลย

ส่วน IDN คือ International Domain names
คือเราสามารถนำภาษาถิ่นมาจดเป็นชื่อโดเมนได เช่น ภาษาจีน.cn ก็สามารถทำได้
เรื่อจะเป็น ภาษาไทย.th ก็ทำได้เช่นกัน โดยการแสดงผลจะขึ้นอยู่กับ brower
แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหน เพราะความน่ากลัวของมันอยู่ที่เรื่องของการ phising ข้อมูล
เช่นที่เกิดจาก paypal.com ในภาษาฮังการีก็มีคำพ้องเสียง คือ paypal.com
ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการโจรกรรมข้อมูลเกิดขึ้น แต่สำหรับชื่อภาษาไทยในเมืองไทยก็คงต้องดูกันอีกที

อ๋อและที่สังเกตง่ายๆ ของ IDN คือ มันขะแปลงค่าโดเมนท้องถิ่นเป็น xn-- ก่อนทุกครั้ง

————————————————

อิอิ จริงๆ วันนึง จะมีประมาณ 11 หัวข้อ แต่บังเอิญว่าผมกลับบ้านมาก่อนเลยฟังได้แค่ 9 ข้อ
เอาเป็นว่าผมก็ถ่ายทอดเท่าที่ผมทำได้ก็แล้วกัน นอกจากนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนที่ไปงานนี้มา
ก็คงจะสรุปหัวข้อคล้ายๆ ผม ยังไงเดี๋ยวผมจะพยายามนำมารวมให้เพื่อนๆ ก็แล้วกันนะครับ

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับงานนี้

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน barcampbangkok
http://www.barcampbangkok.org/

สไลด์ที่นำเสนอในงาน barcampbangkok2
http://www.slideshare.net/tag/barcampbangkok2

วันแรกกับ Barcamp Bangkok โดย Dominixz
http://www.dominixz.com/blog/geek-tips/day-1-barcamp-bangkok-30-august/

รวมรูปภาพงาน barcampbangkok2 ใน Flickr
http://www.flickr.com/photos/tags/barcampbangkok2/

10 thoughts on “Summary Projectlib in Barcampbangkok2

  1. Pingback: thaizad.com

  2. Pingback: BarcampBangkok2 Session Cache - JOMYUT.NET

  3. คุณ projectlib ก็ไปงาน barcampbangkok2 เหมือนกันเหรอครับ

    ผมก็ไปมาเหมือนกันครับ

    แต่ยังดอง blog ไว้อยู่เลย – -“

  4. Pingback: Bibcamp - งานสัมมนานอกกระแสสำหรับบรรณารักษ์ « ProjectLib - Librarian 2.0

  5. Pingback: โดเมนสำหรับชาวห้องสมุด - Dot lib (.lib) « ProjectLib - Librarian 2.0

  6. Pingback: Update : ข้อมูลงาน Wordcamp Bangkok 2008 « ProjectLib - Librarian 2.0

  7. Pingback: JOMYUT.NET » BarcampBangkok2 Session Cache

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s